กรุณารอสักครู่

 

HomeBlog

กระทำการอันไม่สมควร “ลงโซเชียล”ขณะใส่เสื้อบริษัท นายจ้างไล่ออกได้มั้ย ?

กรณีข่าวดังในโลกโซเชียล ที่มีพนักงานรายหนึ่งไลฟ์สด ขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีการสวมเครื่องแต่งกายของนายจ้าง ใช้คำสบถ ด่าลูกค้าที่แม๊กเงินมาฝากธนาคาร ทราบว่าขณะนี้ทางธนาคารได้ตรวจสอบ และพบว่าเป็นพนักงานของธนาคารจริง ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามค่านิยมหลักที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการตามกระบวนการของธนาคารโดยเร็ว กรณีดังกล่าวนั้น ผู้เขียนมีฟามเห็นว่า การไลฟ์สดในขณะปฏิบัติหน้าที่นั้น ไม่สมควร หากทางนายจ้างมีกฎระเบียบว่าห้ามเล่นโซเชียลขณะทำงาน ดังนี้ นายจ้างก็มีสิทธิออกหนังสือเตือน หากลูกจ้างผิดซ้ำคำเตือนภายใน 1 ปี นายจ้างก็เลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย กับกรณีที่ไลฟ์สดแล้วด่าลูกค้าที่แม๊กเงิน ที่นำมาฝากด้วยยิ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร นายจ้างอาจบอกเลิกจ้างลูกจ้างได้ ด้วยเหตุเป็นการกระทำอันไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ ป.พ.พ. 583 นายจ้างบอกเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม แต่ถ้าหากลูกค้ามาร้องเรียนพนักงานด้วยเหตุดังกล่าว แล้วแจ้งว่าจะปิดบัญชีเพราะไม่พอใจ แบบนี้ธนาคารผู้เป็นนายจ้างย่อมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่นายจ้างบอกเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ ม.119 (4) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 17/2560 \\ ส่วนกรณีที่โจทก์เล่นโทรศัพท์ส่งข้อความผ่านโปรแกรมไลน์ในเวลางาน เมื่อกฎระเบียบพนักงานของจำเลย ห้ามเล่นโทรศัพท์ขณะทำงาน เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก ฯลฯ แม้จะมีการพูดคุยในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวปะปนกันก็ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรมตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119...

ฟ้องชู้ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ?

ฟ้องชู้ต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง ? ก่อนอื่นเลยจะฟ้องชู้ได้ สิ่งที่ต้องมีคือ “ทะเบียนสมรส” หลายคนถามมาว่า ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีรูปถ่ายงานแต่งนะคะ ลูกเต้าด้วยกันก็มีหมด ซึ่งส่วนนี้ต้องชี้แจงก่อนว่า การที่จะเป็นสมีภรรยากันแบบที่ให้ฟ้องได้ ต้องมีผลผูกพันทางทะเบียน มีกฎหมายรับรองเท่านั้น ส่วนใครที่มีทะเบียนสมรสแล้วอยากฟ้องชู้ สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังนี้ 1.ใบสำคัญการสมรส ภาพถ่ายงานแต่ง ความสัมพันธ์หวานชื่นก่ออนมีชู้ 2.ใบสูติบัตร หากมีบุตร (หลักฐานค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตรให้เอามาด้วย) 3.พยานภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว คลิปเสียง หรือข้อความที่แสดงว่า สามี หรือภรรยา ของท่านได้มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับบุคคลนั้นว่าเปิดเผยอย่างไร แค่ไหน นานแค่ไหน 4.พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชู้ ได้รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่ตนคบชู้หรือล่วงเกินนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว 5.วุฒิการศึกษา สลิปเงินเดือน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงรายได้ 6.หลักฐานที่แสดงฐานะทางสังคม เช่น หากเป็นผู้นำชุมชน เป็นผู้นำกิจกรรม เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จัก ก้ให้นำมาด้วย ส่วนจะได้เท่าไหร่นั้นศาลจะพิจารณา “ตามสมควรแห่งพฤติการแห่งคดี” ซึ่งพอบอกแบบนี้หลายคนร้องโอ้ยยยย พฤติการแห่งคดี คืออะไรก่อน อย่าเพิ่งโอ้ย..เดี่ยวเล่าให้ฟัง ตามสมควรแห่งพฤติการแห่งคดี ในที่นี้หมายถึง ฐานะทางสังคม หน้าที่การงาน เงินเดือน การศึกษา ชื่อเสียง...

หลังลาออก !! ใช้วันลาพักร้อนเพื่อไปทำงานที่ใหม่ได้หรือไม่ ?

เรื่องมีอยู่ว่า ลูกจ้าง นาย ก ทำงานกับบริษัท A โดย นาย ก มีวันหยุดพักร้อนสะสมทั้งหมด 30 วัน นาย ก ยื่นใบลาออกกับบริษัท A โดยระบุวันทำงานวันสุดท้าย (last working day) 31 มีนาคม 2022 และระบุวันสิ้นสุดการเป็นพนักงานกับบริษัท A คือวันที่ 12 พฤษภาคม 2022 เพราะเค้ามีวันลาพักร้อนทั้งหมด 30 วัน นาย ก ได้เซ็นสัญญาเริ่มงานกับ บริษัท B โดยวันเริ่มงานคือวันที่ 1 เมษายน 2022 ดังนี้ นาย ก สามารถลาพักร้อน ระหว่างการบอกเลิกสัญญาจ้างมีผลได้หรือไม่ ? ตอบ : นาย ก ใช้สิทธิลาพักร้อนได้ วันหยุดพักร้อนสะสม 30 วัน...

บริษัทหักค่าชุดยูนิฟอร์มได้หรือไม่ ? เมื่อพ้นสภาพพนักงานทำไมต้องคืน  !!

ในกรณีที่บริษัทมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการแต่งกายของพนักงาน พนักงานก็ต้องแต่งกายตามระเบียบข้อบังคับ ซึ่งส่วนใหญ่นายจ้างจะให้เป็นสวัสดิการ ที่ถือเป็นรายจ่ายของนายจ้าง ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ แต่ก็มีมีบางบริษัทหักเงินค่าจ้างกับพนักงานเพื่อเป็นค่าชุดยูนิฟอร์ม ถามว่าหักได้หรือไม่? คำตอบคืออออ หากลูกจ้างไม่ยินยอม นายจ้างไม่สามารถหักได้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76 เว้นแต่ นายจ้างจะทำเป็นสัญญาซื้อขายชุดยูนิฟอร์มไว้ เมื่อหักแล้ว เมื่อพ้นสภาพการเป็นพนักงานทำไมต้องคืน ? ผู้เขียนมีความเห็นว่า เมื่อลูกจ้างได้จ่ายเงินค่าชุดยูนิฟอร์มแล้ว กรรมสิทธิ์ในชุดดังกล่าวย่อมตกเป็นของลูกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิที่จะไม่คืน เว้นแต่ ในสัญญาจะระบุสงวนสิทธิ ไว้ว่าเมื่อลูกจ้างพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ต้องคืนชุดยูนิฟอร์มเพื่อป้องกันการกระทำที่อาจให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทในภายภาคหน้า โดยลูกจ้างได้ลงชื่อยินยอมไว้ ผู้เขียนเห็นว่านายจ้างสามารถขอคืนได้

ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง ?

ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง เห็นพูดมาหลายคนว่า ถ้าผ่อนไม่ไหวคืนก่อนเลยก่อนไฟแนนซ์มายึด เท่านั้นก็จบ !! . . ไม่ใช่แน่นอน เพราะหลักการคือ ไฟแนนซ์ให้ยืมเงินไปซื้อรถแล้วผ่อนคืน โดยมีรถที่เราขับขี่นั่นแหละค้ำเอาไว้ พอเราไม่สามารถผ่นได้ตามที่ตกลงกัน ไม่ว่าไฟแนนซ์ก็เอารถคืนกลับไป หรือเราเอารถไปคืนที่ไฟแนนซ์เอง ไฟแนนซ์ก็จะรับไว้ จากนั้นก็ทำการขายทอดตลาด เมื่อขายได้เท่าไหร่ก็หักลบหนี้ที่มีตามสัญญาเช่าซื้อ ขาดเท่าไหร่ก็เป็นส่วนต่างความเสียหายที่เกิดกับไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์จึงมีสิทธิฟ้องแน่นอน แต่หลายๆครั้งที่ไฟแนนซ์ แพ้ในคดีเรียกค่าส่วนต่างเพราะอะไร เพราะในการขายทอดตลาด ไฟแนนซ์จะต้องประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งมี 2 ข้อ หลักๆ คือ 1.ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) เป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 7 วัน 2.ขายโดยวิธีประมูล หรือขายทอดตลาดที่เหมาะสม ซึ่งหากไฟแนนซ์ปฎิบัติไม่ถูกต้อง หรือ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าเป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้เช่าซื้อจึงจะไม่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างของหนี้ที่เหลืออยู่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าไฟแนนซ์ทำครบแล้วขั้นตอนแล้ว โอกาสที่ชนะคดีและผู้ช่าซื้อจะต้องจ่ายส่วนต่างก็มีสูง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2560 “การเรียกค่าขายรถที่เช่าซื้อไปแล้วขาดทุนนั้นคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดในค่าขาดราคาหรือไม่ เพียงใด โดยศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงยุติว่า 1 โจทก์ไม่ได้แจ้งการประมูลรถยนต์ที่เช่าซื้อให้จำเลยทั้งสองทราบ และ 2 โจทก์ไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความว่า...

บริษัทไม่จ่ายเงินเกษียณทำอย่างไรได้บ้าง

เรื่องการเกษียณอายุการทำงานนั้น หากบริษัทกำหนดข้อบังคับ เรื่องการเกษียณอายุและกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญ ซึ่งเมื่ออายุครบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดก็จะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ บำนาญ ตามข้อบังคับ นั้น ในกรณีที่มิได้มีการตกลงหรือกำหนดการเกษียณอายุไว้เกินกว่า 60 ปี ลูกจ้างที่มีอายุครบ 60 ปี มีสิทธิแสดงเจตนาเกษียณอายุต่อนายจ้างได้ โดยลูกจ้างสามารถด้วยการแจ้งด้วยวาจา หรือเป็นหนังสือ โดยทางไปรษณีย์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เกษียณอายุต่อนายจ้างได้และให้มีผลเมื่อครบ 30 วัน นับแต่วันแสดงเจตนา โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง ม.118/1 หากบริษัทไม่จ่ายเงินเกษียณให้ทำอย่างไรได้บ้าง ​​ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานตามท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ เพื่อสอบสวนและมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างส่วนที่ขาด หรืออาจนำคดีไปฟ้องต่อศาลแรงงาน ทั้งนี้ ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิได้ทางใดทางหนึ่งจะใช้สิทธิพร้อมกัน 2 ทางไม่ได้ (ฎีกาที่ 570/2545, 238/2545) นอกจากนี้ นายจ้างยังมีความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำปรับ ม.144 *ข้อกฎหมาย* พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 118/1 ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า การเกษียณอายุตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน หรือตามที่นายจ้างกำหนดถือเป็นการเลิกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย...

Shopee ปลดพนักงานจำนวนมาก คาดเกิน 100 ราย

จากข่าวเพจคุณสรยุทธ กรณี Shopee ประเทศไทย ปลดพนักงานจำนวนมาก คาดหลักร้อยรายมีรายงานว่า Shopee กำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ทั่วทั้งภูมิภาคโดยหนึ่งในนั้น คือ Shopee ประเทศไทยที่ปรับโครงสร้างให้องค์กรมีความคล่องตัว และสามารถสร้างการเติบโตในระยะยาวด้วยตัวเอง ในบริษัทมีการทาวน์ฮอลล์พนักงาน เพื่อชี้แจงถึงการปรับแผนดำเนินงานของ Shopee ซึ่งจะมีผลกระทบกับพนักงานบางส่วน รวมถึงในไทย โดยจะปรับลดพนักงานลงคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตัวเลขหลักเดียว (ไม่ถึง 10 % ซึ่งมีการให้เหตุผลว่าเพื่อให้ Shopee เดินต่อไปได้จากการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพขึ้น วันนี้ผู้เขียนจึงจะพาไปทราบถึงการถูกเลิกจ้างเพราะเหตุปรับโครงสร้าง ว่าลูกจ้างมีสิทธิได้อะไรบ้าง 1.ค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.ม.118 2.ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ม.17 (หากนายจ้างไม่บอกกล่าวล่วงหน้าให้ถูกต้อง) 3. ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนตามส่วนในปีที่เลิกจ้าง 4.ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามี) 5. เงินอื่น ๆ ถ้ามี เช่น เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 6. เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ​สำหรับประเด็นเรื่องเลิกจ้างเพราะเหตุปรับโครงสร้างนั้น ถ้าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมลูกจ้างก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ แล้วอย่างไรที่จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม ศาลได้กำหนดแนวบรรทัดฐานไว้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ดังนี้ กรณีเลิกจ้างเป็นธรรม -การปรับองค์กรโดยลดจำนวนลูกจ้าง จะต้องมาจากเหตุขาดทุนและจะต้องถึงขนาดที่จะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และการปรับลดจำนวนลูกจ้างนั้นจะต้องเป็นผลโดยตรงที่ช่วยให้กิจการของนายจ้างอยู่รอดหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ฎีกา 4753-4760/2546...

องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ?

การจ้างงานสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ? ขอตอบว่า : นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ ซึ่งวันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานได้รวบรวมมาให้แล้วว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรต้องปฏิบัติกฎหมายแรงงานฉบับใดบ้าง มาอ่านกันค่ะ 1. ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน (มาตรา 575-586) 2. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บังคับใช้เพียงบางมาตรา โดยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) (3) บัญญัติยกเว้นไว้ว่าไม่ให้นำมาตราต่อไปนี้มาบังคับใช้แก่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ -หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 12 มาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 22 – หมวด 2 การใช้แรงงานทั่วไป ตั้งแต่มาตรา 23 ถึงมาตรา 37 – หมวด 3 การใช้แรงงานหญิง ตั้งแต่มาตรา 38...

บริษัทสามารถลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ได้หรือไม่ ?

ตอบแบบตะโกนว่า “บริษัทไม่สามารถทำได้” เพราะการย้าย การสับเปลี่ยนตำแหน่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ที่นายจ้างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากลูกจ้างไม่ยินยอม เว้นแต่ การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นคุณกับลูกจ้าง นายจ้างจึงจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ซึ่งหลักเกณฑ์การย้ายหรือการเปลี่ยนตำแหน่งนั้น ต้องไม่เป็นการ 1. ไม่ลดตำแหน่ง 2. ไม่ลดเงินเดือน 3. ไม่ลดสวัสดิการต่าง ๆ 2. หากนายจ้างยืนยันที่จะให้ไปทำงานในตำแหน่งใหม่ที่ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ลูกจ้างมีสิทธิทำอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือ มีสิทธิฟ้องศาลแรงงาน หรือจ้างทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ค่ะ 3. หากถูกเลิกจ้างเพราะเหตุที่ลูกจ้างปฏิเสธไม่ยอมไปทำงานในตำแหน่งที่นายจ้างกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิอย่างไรบ้าง – เงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (หากไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย) – เงินค่าชดเชย – ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนตามส่วนในปีที่เลิกจ้าง – ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามี) – เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม – เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และเช่นเคยสำหรับใครที่ไม่อยากจดจำ ไม่มีเวลาหาข้อมูล แต่มีคำถามในทางปฏิบัติมากมาย อยากหาทนายเคียงข้างธุรกิจ เป็นเพื่อนคู่คิดหรือเป็นมิตรคู่กาย ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสักคน สามารถติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th นะคะ #คลินิกกฎหมายแรงงาน #ที่ปรึกษากฎหมาย #คดีแรงงาน...

ชอบก๊อปต้องรู้ ก๊อปบทความ ดูดภาพ ดูดคลิป แม้ให้เครดิตก็อาจผิดกฎหมาย

ชอบก๊อปต้องรู้ ก๊อปบทความ ดูดภาพ ดูดคลิป แม้ให้เครดิตก็อาจผิดกฎหมาย ในปัจจุบัน มีหลายช่อง หลายเพจ เอาคลิปคนอื่นมาลง สร้างคอนเท้น สร้างรายได้ และบอกว่า ขอบคุณภาพจาก XXX ต่างๆ แบบนี้อย่างคิดว่ารอดนะคะ เพราะการนำผลงานภาพของภาพ บทความของคนอื่นมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน แม้ว่าผู้นำมาเผยแพร่จะมีการให้เครดิต ก็เสี่ยงมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สิ่งที่ควรทำให้ถูกต้องคือการขออนุญาต เพราะหากบทความหรือรูปภาพเป็นงานลิขสิทธิ์ การนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการก๊อบปี้หรือแชร์ต่อ นั้นต้องพิจารณาประกอบกับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้เนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด เช่น ถ้านำมาใช้ในปริมาณน้อย เช่น 1 ถึง 2 ภาพที่ไม่ได้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (economic value) อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ได้เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไรโดยมีการแสดงที่มาของบทความหรือรูปภาพ ก็อาจถือว่าเป็นการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม (fair use) ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าก๊อปมาปริมาณมากมีการสร้างรายได้ แบบนี้เสี่ยงมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สิ่งที่ควรทำให้ถูกต้องคือการขออนุญาตเจ้าของบทความหรือรูปภาพก่อนนะคะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th #ที่ปรึกษากฎหมาย #ทนายความ #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง #นำยึด #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรอารมณ์ดี