กรุณารอสักครู่

 

HomeBlog

ลูกจ้างตาย นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ?

ห่างหายแต่ไม่ห่างเหิน นอกจากมีเรื่องความรู้กฎหมายมาอัพเดทแล้ว ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเลย เพราะว่าช่วงนี้ฝ้ายสุขภาพตรงข้ามกับหน้าตา พูดง่ายง่ายคือสุขภาพค่อนข้างแย่ ล่าสุดตรวจเจอเนื้องอกในมดลูกอีกละ หลังจากผ่าไปแล้วสองรอบ ไม่ตกใจเท่าไหร่ออกแนวเซ็งซะมากกว่า แก่แล้วสุขภาพเป็นสิ่งที่ต้องรักษาและให้ความสำคัญนะคะ อ่ะ เข้าเรื่อง หลังจากพูดคุยเรื่องสุขภาพไปจึงเกิดคำถามว่า ถ้าระหว่างทำงานลูกจ้างเกิดเสียชีวิตขึ้นมาในกรณีนี้จะได้ค่าชดเชยหรือไม่ ก่อนจะตอบก็ขออ้างอิงหลักกฏหมายสักนิดนะคะ เพราะต้องเข้าใจก่อนว่า “เงินค่าชดเชย” เป็นเงินที่นายจ้างจะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครอง ม.118 ดังนั้น หากลูกจ้างตายในระหว่างที่มีความเป็นนายจ้างลูกจ้างกันนั้น “นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย” เพราะ การตายไม่ใช่การเลิกจ้าง และไม่ใช่กรณีที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ แต่จะตอบกำปั้นทุบดินแบบนี้ก็ไม่ได้เพราะทายาทของลูกจ้างเองยังมีสิทธิ์อื่นๆดังนี้ค่ะ 1.หากบริษัท มีระเบียบ ข้อบังคับ กำหนดเรื่องการจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญหรือเงินอื่นๆ ไว้ ในกรณีที่ลูกจ้างตาย ดังนี้ ทายาทก็มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ บำนาญหรือเงินอื่น ๆ ตามระเบียบ ข้อบังคับดังกล่าว 2. หากเป็นการเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ ทายาทหรือผู้มีสิทธิ มีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ และเงินทดแทนกรณีตาย ตาม พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 3. หากเป็นการเสียชีวิตด้วยเหตุอื่น ที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ บุคคลที่ลูกจ้างระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์หรือทายาท (กรณีที่ไม่ได้ระบุ) มีสิทธิได้รับเงิน...

โอนเงินผิดบัญชี หากผู้รับโอนไม่คืน ” มีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ “

โอนเงินผิดบัญชี หากผู้รับโอนไม่คืนมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์!! ในยุคที่การโอนเงินสะดวกรวดเร็ว ทำได้ง่ายผ่านอุปกรณ์ในมือถือ ก็อาจจะมีข้อเสียคืออาจเกิดความผิดพลาด เช่น โอนผิดคน ใน กรณีนี้ผู้ที่ได้รับโอนเงินไปผิด จะนำเงินไปใช้แล้วบอกว่า ก็โอนผิดเอง ไม่ระวังเอง ไม่คืน คิดแบบนี้เข้าข้อหายักยอกทรัพย์นะคะ ในส่วนของผู้โอนไปผิด ต้องทำอย่างไรนั้น ให้ดำเนินการดังนี้ค่ะ 1. แจ้งความที่สถานีตำรวจ โดยนำหลักฐานการโอนเงิน วันเวลา จำนวนเงิน ชื่อ-เลขบัญชี เลขประจำตัวประชาชน เบอร์โทร (ผู้โอน และ ผู้ที่รับโอนไปผิด) 2. ติดต่อธนาคาร บัญชีที่เราโอนผิด เพื่อแจ้งปัญหาและสอบถามวิธีการขอคืนเงิน และให้ธนาคารติดต่อไปยังผู้รับโอนให้ทำการคืนเงินกลับมา หรืออนุญาตให้ธนาคารดึงเงินในบัญชีกลับไป ซึ่งธนาคารไม่สามารถ ดึงเงินจากบัญชีผู้รับโอนโดยพลการได้ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับโอนปลายทางก่อน 3. ถ้าผู้รับโอนตกลงคืนเงินที่โอนไปผิด ธนาคารก็จะดำเนินการโอนเงินจำนวนนั้นคืนให้แก่ผู้โอน 4. หากผู้รับโอนไม่ยอมคืนเงิน ผู้โอนจะต้องแจ้งความดำเนินคดีฐานยักยอกทรัพย์ ซึ่งมีโทษจำคุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์ …” ความผิดฐานนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี...

ได้ค่ารักษาตามกฎหมายอื่น เบิกประกันสังคมได้อีกหรือไม่ ?

กรณีลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 แล้ว ถามว่า จะไปใช้สิทธิรับค่ารักษาพยาบาลจากประกันสังคมได้อีกทางหนึ่งด้วยหรือไม่ ? เรื่องนี้ ลูกจ้างสามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้อีก เพราะ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ไม่มีบทบัญญัติตัดสิทธิผู้ประกันตนที่ได้รับเงินทดแทนตามกฎหมายอื่นแล้ว จะมารับประโยชน์ทดแทนตามกฎหมายประกันสังคมไม่ได้ ดังนั้น หากลูกจ้างใช้สิทธิ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือ ถูกกระทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. ม.420 ผู้ประกันตนยังมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนจากกองทุนประกันสังคมตาม ม.54 และยังมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่ทำละเมิดอีกด้วย ​คำพิพากษาฎีกาที่ 2040/2539 สิทธิของโจทก์ผู้เป็นลูกจ้างที่ได้รับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันภัยเป็นสิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่บังคับให้เจ้าของรถต้องจัดให้มีประกันความเสียหายสำหรับผู้ประกันภัยโดยประกันภัยกับบริษัทและต้องเสียเบี้ยประกัน ส่วนสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับเงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์จากจำเลยเป็นสิทธิตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ ศ. 2533 ซึ่งต้องบังคับให้ลูกจ้างต้องเป็นผู้ประกันตนและส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เมื่อเป็นสิทธิของโจทก์ตามกฎหมายแต่ละฉบับ โดยโจทก์ต้องเสียเบี้ยประกันภัย และส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ตามที่กฎหมายแต่ละฉบับกำหนดซึ่งต้องชำระทั้งสองทาง และ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ ศ. 2533 ไม่มีบทบัญญัติตัดสิทธิมิให้ผู้ได้รับเงินทดแทนค่ารักษาพยาบาลจากบริษัทประกันภัยมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่จ่ายเงินทดแทนแก่โจทก์ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ....

นายจ้างลงโทษ ตัดเงินเดือน 10 % ได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า ?

พี่ทนายคะ นายจ้างลงโทษด้วยการตัดเงินเดือน 10 % อ่านหลาย ๆ บทความ เห็นว่าห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง แบบนี้นายจ้างทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่าคะ ? ตอบ โปรดอ่าน : ถ้าเป็นการลงโทษตามระเบียบ ข้อบังคับกำหนดไว้ นายจ้างก็สามารถทำได้ค่ะ เพราะเป็นเรื่อง การลงโทษ มิใช่เรื่องการหักค่าจ้าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3409/2561 (รัฐวิสาหกิจ) เรื่อง การที่นายจ้างมีคำสั่งลงโทษลูกจ้างเนื่องจากทำผิดระเบียบด้วยการตัดเงินเดือนร้อยละ 10 นั้น กรลงโทษมิใช่เป็นการหักค่าจ้าง แต่เป็นกรณีการลงโทษตามวินัยการทำงานซึ่งได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วตามข้อบังคับของนายจ้าง ​คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งสุดท้ายเป็นนายช่างระดับ 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วันที่ 24 เมษายน 2552 จำเลยให้โจทก์ย้ายออกจากบ้านพักโดยอ้างว่าโจทก์มีเรื่องทะเลาะวิวาท แต่โจทก์ไม่ย้ายออกตามคำสั่ง ต่อมาจำเลยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและลงโทษทางวินัยโจทก์ โดยการตัดเงินเดือนร้อยละ 10 ไม่ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน ไม่ได้รับโบนัส ขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างและเงินเดือนที่หักไป โบนัส พร้อมดอกเบี้ยศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ประเด็นการตัดเงินเดือนร้อยละ 10 ชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยคดีนี้เป็นรัฐวิสาหกิจจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน...

นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างตรวจสารเสพติดได้หรือไม่ ?

สำหรับเรื่องการตรวจสารเสพติดนี้ ตามกฎหมายการตรวจหาสารเสพติดจะทำได้เพียงการตรวจโดยเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2564 ซึ่งยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้อำนาจนายจ้างตรวจสารเสพติดในตัวลูกจ้างได้หากลูกจ้างไม่ยินยอม ​จึงเกิดเป็นคำถามว่า “หากงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน นายจ้างมีอำนาจสั่งให้ลูกจ้างตรวจสารเสพติดได้หรือไม่?” ​ คลินิกกฎหมายแรงงาน เห็นว่า นายจ้างก็สามารถออกคำสั่งให้ลูกจ้างต้องทำการตรวจสารเสพติดได้ หากลักษณะงานที่ลูกจ้างทำนั้น เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร ควบคุมเครื่องจักร เพราะหากลูกจ้างทำงานโดยเสพยาเสพติด อาจเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน และอาจนำมาซึ่งความเสียหายทั้งต่อลูกจ้างเองหรือลูกจ้างอื่นด้วย ทั้งยังส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของลูกจ้างลดลงอีกด้วย คำถามต่อมา หากลูกจ้างปฏิเสธไม่ตรวจสารเสพติด นายจ้างเลิกจ้างได้หรือไม่? หากนายจ้างมีระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนดให้ลูกจ้างห้ามยุ่งเกี่ยว หรือเสพยาเสพติด และต้องเข้ารับการตรวจสารเสพติด เช่น พนักงานขับรถบรรทุก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน ดังนี้ หากลูกจ้างปฏิเสธย่อมถือเป็นการขัดขืน ฝ่าฝืน คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ ที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ เทียบเคียง คำพิพากษาฎีกาที่ 4962/57 ฝ่าฝืนไม่ไปตรวจสารเสพติดซ้ำตามคำสั่งและนโยบายถือว่าฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบกรณีร้ายแรง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6924/2557 ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายจ้างมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ห้ามมิให้พนักงานกระทำผิดทางอาญา พร้อมทั้งมีประกาศว่าหากบริษัทหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงาน พนักงานจะถูกพิจารณาโทษทางวินัยจากนายจ้าง ในวันที่ 30 มิถุนายน...

ได้รับหมายอายัดเงินเดือน ค่าจ้างต่าง ๆ ของลูกจ้าง นายจ้างต้องทำอย่างไร ?

ในกรณีที่มีหมายบังคับคดีส่งมาถึงนายจ้างให้อายัดเงินเดือน ค่าจ้างต่าง ๆ ของลูกจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ส่งเงินดังกล่าวไปยังสำนักงานบังคับคดี นายจ้างหรือ HR บริษัท จะต้องดำเนินการอย่างไร ? จะไม่หักนำส่งได้หรือไม่? คลินิกกฎหมายแรงงานขอตอบดังนี้ เมื่อได้รับหมายบังคับคดีให้อายัดเงินเดือน หรือ เงินโบนัส นายจ้างต้อง “นำส่งเงินดังกล่าว” ไปยังสำนักงานบังคับคดี แต่ทั้งนี้ เงินส่วนที่ไม่ได้อายัดในขณะนั้นต้องคงเหลือไม่น้อยกว่า 20,000 บาท เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามที่กฎหมายกำหนด ตาม ป.วิ.แพ่ง. ม.302(3) แต่หากลูกหนี้มีเงินเดือนเกินกว่า 20,000 บาท เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้อายัดเงินเดือน เจ้าพนักงานบังคับคดีจะอายัดให้ตามจำนวนที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอ แต่ต้องคงเหลือเงินเดือนให้ลูกหนี้ไว้ใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 20,000 บาท ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกหนี้ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 35,000.- บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการอายัดให้ 15,000 บาท คงเหลือให้ลูกหนี้ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท หากนายจ้างไม่หักเงินนำส่ง ผลจะเป็นอย่างไร ? ตอบ : เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้นายจ้างรับผิดชำระเงินตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีแทนลูกจ้าง ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.321...

ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องทราบว่า ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการจัดการมรดก โดยมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์มรดก เพื่อแบ่งให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มารตรา 1719 ไม่ได้หมายความถึงคนไหนเป็นผู้จัดการมรดก คนนั้นได้ทรัพย์มรดกทั้งหมด อันนั้นเป็นความเข้าใจผิดใหญ่หลวงเลยทีเดียว ผู้จัดการมรดกคนไหน ไม่แบ่งให้ทายาทแล้วไปโอนเป็นชื่อตัวเอง อาจเข้าฐานยักยอกทรัพย์มรดก (คำพิพากษาฎีกาที่ 6429/2562) ส่วนเอกสาร ที่ใช้ประกอบ ในการยื่นคำร้องในการเป็นผู้จัดการมรดก มีดังนี้ 1. สำเนาใบมรณบัตรของผู้ตาย 2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ตาย 3. สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก 4. บัญชีเครือญาติ (สามารถดาวโหลด หรือหาตัวอย่างได้จาก google) 5. สำเนาใบมรณบัตรของบิดามารดาของผู้ตาย 6. สำเนาทะเบียนสมรส/หรือทะเบียนการหย่าของผู้ตาย (ถ้ามี) 7. สูติบัตรของบุตรของผู้ตาย 8. พินัยกรรม ของ ผู้ตาย (ถ้ามี) 9. หนังสือ ให้ความยินยอม ในการร้องขอจัดการมรดก (สามารถดาวโหลด หรือหาตัวอย่างได้จาก google) รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+ ทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอมทุกคน 10. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดก...

ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องคดีได้หรือไม่?

ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องคดีได้หรือไม่ เอาหลักกฎหมายก่อนเนอะ หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กำหนดว่า กู้ยืมเงินกว่า 2,000 ขึ้นไปนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องไม่ได้ “ แต่ “ ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำแบบนี้ เงินเฟ้อขนาดนี้ บางทียืมหลักพันไม่มีใครมานั่งเซนสัญญา จึงเกิดเป็นความสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะเอาหลักฐานอะไรไปฟ้อง?? ใครคิดแบบนี้อยู่ไม่ต้องกังวล เพราะพรบ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 กำหนดว่า “รณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทํา เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึง และนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว” ดังนั้นหากท่านมีหลักฐาน ข้อความสนทนา การคุยกู้ยืม สลิปการโอน ก็สามารถฟ้องคดีได้เช่นกันค่ะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th #ที่ปรึกษากฎหมาย #กู้ #กู้เงิน #หนี้สิน #ฟ้อง #ทนายความ #หนี้ #ฟ้องร้อง #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง...

ลาออกกะทันหัน ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างได้หรือเปล่า ?

เธออออออ อ่านนะ กับคำถามยอดฮิต ที่มาถามแล้วเร่งยิกๆ ให้ตอบ แบบนั้นคิดเงินนะ แต่อันนี้อ่านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย กับเรื่อง “ ลาออกกะทันหัน ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างได้หรือเปล่า ?” สำหรับการแจ้งขอลาออกหรือการบอกเลิกจ้างนั้น ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป 1.หากลูกจ้างลาออกกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ ตอบ : ไม่มีความผิด แม้กฎหมายจะกำหนดว่าให้ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หากลูกจ้างไม่แจ้งลาออกล่วงหน้า กฎหมายก็มิได้บัญญัติกำหนดโทษไว้ ซึ่งการแจ้งลาออกไม่จำเป็นต้องรอให้นายจ้างอนุมัติหรืออนุญาต หากมีการแจ้งแล้วก็มีผลเป็นการลาออก 2.หากลูกจ้างลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างได้ไหม? ตอบ : นายจ้างไม่สามารถหักเงินค่าจ้างได้ แม้ลูกจ้างจะลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและตามที่ตกลงกัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70) หากนายจ้างไม่ยอมจ่าย ลูกจ้างก็สามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นคำฟ้องต่อศาลแรงงานได้ 3.นายจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้าง เพราะเหตุลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้หรือไม่? ตอบ : นายจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างได้ หากการลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้านั้น เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เช่น การที่ลูกจ้างได้รับมอบหมายงานที่สำคัญและไม่ดำเนินการเป็นเหตุให้นายจ้างต้องโดนชำระเบี้ยปรับ หรือถูกยกเลิกออเดอร์ หรือเหตุที่ลูกจ้างลาออก ทำให้นายจ้างไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันเวลา...

อุบัติเหตุในวันแข่งขันกีฬาของบริษัท ใช้สิทธิประกันสังคม หรือ สิทธิเงินทดแทน ?

เรื่องมีอยู่ว่าบริษัทจัดกิจกรรมแข่งกีฬาโดยให้พนักงานเล่น ซึ่งเป็นวันทำงาน แต่ในวันนั้นบริษัทให้พนักงานต้องบันทึกเวลาทำงานตามปกติ แต่ไม่ต้องทำงานให้พนักงานเล่นกีฬากัน มีพนักงานคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขาหักจากการเล่นพุตบอลในวันดังกล่าว จึงเป็นคำถามว่า การรักษาพยาบาลต้องใช้สิทธิประกันสังคม หรือ หรือใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ? ​หากลูกจ้างไปเล่นกีฬา โดยเล่นในนามของบริษัท บริษัทจัดส่งไปแข่ง หรือลูกจ้างมีหน้าที่ไปเล่นกีฬา เพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจบริษัท ลักษณะอย่างนี้ เป็นการทำงานตามที่นายจ้างสั่ง หรือเกี่ยวเนื่องกับงาน หากเกิดการบาดเจ็บขึ้นมา ถือว่าเป็นการบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานหรือตามคำสั่งของนายจ้าง เป็นเรื่องเงินทดแทน ​คำพิพากษาฎีกาที 2673/2526 นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างไปแข่งขันกีฬาที่ต่างจังหวัดเมื่อเสร็จการแข่งขันแล้วก็เดินทางกลับ แต่ยังไม่ทันกลับถึงหน่วยงานที่ประจำก็ได้รับอันตราย มีปัญหาว่าจะเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราบใดที่ลูกจ้างยังไม่ถึงที่พักประจำในหน่วยงานก็ยังได้ชื่อว่าลูกจ้างปฏิบัติงานพิเศษ การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายระหว่างเดินทางจึงเป็นการประสบอันตรายขณะปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง ​คำพิพากษาฎีกาที่ 3733/2529 ลูกจ้างเป็นพนักงานธนาคาร ได้รับแต่งตั้งจากนายจ้างให้เป็นนักกีฬาเข้าแข่งขันภายใน ซึ่งนายจ้างจัดขึ้นตามระเบียบและนโยบายของนายจ้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของลูกจ้างจากการปฏิบัติงานประจำวันอันส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการแข่งขันกีฬาภายในถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ​ *ข้อสังเกต* การที่บริษัทจัดกิจกรรมแข่งกีฬา แม้เป็นกิจกรรมตามนโยบายบริษัทที่ลูกจ้างควรให้ความร่วมมือ ร่วมเล่น ร่วมเชียร์ แต่ก็เป็นการแนะนำให้ปฏิบัติ อนุญาตให้มีการแข่งขันขึ้น ใครจะเล่น หรือ ไม่เล่น แล้วแต่ความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ หากเล่นกีฬาแล้วเกิดบาดเจ็บขาหักจากการแข่งขันฟุตบอล จึงเป็นเรื่องประกันสังคม เพราะการเล่นกีฬาดังกล่าว ไม่ใช่การทำงาน ไม่ใช่การป้องกันทรัพย์สินของนายจ้าง หรือไม่ใช่นายจ้างสั่ง