กรุณารอสักครู่

 

HomeBlog

องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ?

การจ้างงานสำหรับองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร นั้น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ? ขอตอบว่า : นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ ซึ่งวันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานได้รวบรวมมาให้แล้วว่าองค์กรไม่แสวงหากำไรต้องปฏิบัติกฎหมายแรงงานฉบับใดบ้าง มาอ่านกันค่ะ 1. ป.พ.พ. บรรพ 3 ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน (มาตรา 575-586) 2. พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บังคับใช้เพียงบางมาตรา โดยตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) (3) บัญญัติยกเว้นไว้ว่าไม่ให้นำมาตราต่อไปนี้มาบังคับใช้แก่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ -หมวด 1 บททั่วไป มาตรา 12 มาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 22 – หมวด 2 การใช้แรงงานทั่วไป ตั้งแต่มาตรา 23 ถึงมาตรา 37 – หมวด 3 การใช้แรงงานหญิง ตั้งแต่มาตรา 38...

บริษัทสามารถลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน ได้หรือไม่ ?

ตอบแบบตะโกนว่า “บริษัทไม่สามารถทำได้” เพราะการย้าย การสับเปลี่ยนตำแหน่ง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง ที่นายจ้างไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้หากลูกจ้างไม่ยินยอม เว้นแต่ การเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่เป็นคุณกับลูกจ้าง นายจ้างจึงจะสามารถทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ซึ่งหลักเกณฑ์การย้ายหรือการเปลี่ยนตำแหน่งนั้น ต้องไม่เป็นการ 1. ไม่ลดตำแหน่ง 2. ไม่ลดเงินเดือน 3. ไม่ลดสวัสดิการต่าง ๆ 2. หากนายจ้างยืนยันที่จะให้ไปทำงานในตำแหน่งใหม่ที่ลดตำแหน่ง ลดเงินเดือน โดยลูกจ้างไม่ยินยอม ลูกจ้างมีสิทธิทำอย่างไรได้บ้าง คำตอบคือ มีสิทธิฟ้องศาลแรงงาน หรือจ้างทนายความยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงานได้ค่ะ 3. หากถูกเลิกจ้างเพราะเหตุที่ลูกจ้างปฏิเสธไม่ยอมไปทำงานในตำแหน่งที่นายจ้างกำหนด ลูกจ้างมีสิทธิอย่างไรบ้าง – เงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (หากไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย) – เงินค่าชดเชย – ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนตามส่วนในปีที่เลิกจ้าง – ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามี) – เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม – เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และเช่นเคยสำหรับใครที่ไม่อยากจดจำ ไม่มีเวลาหาข้อมูล แต่มีคำถามในทางปฏิบัติมากมาย อยากหาทนายเคียงข้างธุรกิจ เป็นเพื่อนคู่คิดหรือเป็นมิตรคู่กาย ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสักคน สามารถติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th นะคะ #คลินิกกฎหมายแรงงาน #ที่ปรึกษากฎหมาย #คดีแรงงาน...

ชอบก๊อปต้องรู้ ก๊อปบทความ ดูดภาพ ดูดคลิป แม้ให้เครดิตก็อาจผิดกฎหมาย

ชอบก๊อปต้องรู้ ก๊อปบทความ ดูดภาพ ดูดคลิป แม้ให้เครดิตก็อาจผิดกฎหมาย ในปัจจุบัน มีหลายช่อง หลายเพจ เอาคลิปคนอื่นมาลง สร้างคอนเท้น สร้างรายได้ และบอกว่า ขอบคุณภาพจาก XXX ต่างๆ แบบนี้อย่างคิดว่ารอดนะคะ เพราะการนำผลงานภาพของภาพ บทความของคนอื่นมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน แม้ว่าผู้นำมาเผยแพร่จะมีการให้เครดิต ก็เสี่ยงมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สิ่งที่ควรทำให้ถูกต้องคือการขออนุญาต เพราะหากบทความหรือรูปภาพเป็นงานลิขสิทธิ์ การนำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นการก๊อบปี้หรือแชร์ต่อ นั้นต้องพิจารณาประกอบกับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้เนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ ว่าจะทำได้มากน้อยเพียงใด เช่น ถ้านำมาใช้ในปริมาณน้อย เช่น 1 ถึง 2 ภาพที่ไม่ได้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ (economic value) อย่างมีนัยสำคัญ และไม่ได้เป็นการใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือหากำไรโดยมีการแสดงที่มาของบทความหรือรูปภาพ ก็อาจถือว่าเป็นการใช้งานลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรม (fair use) ไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ถ้าก๊อปมาปริมาณมากมีการสร้างรายได้ แบบนี้เสี่ยงมีความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ สิ่งที่ควรทำให้ถูกต้องคือการขออนุญาตเจ้าของบทความหรือรูปภาพก่อนนะคะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th #ที่ปรึกษากฎหมาย #ทนายความ #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง #นำยึด #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรอารมณ์ดี

ถ้าผู้จัดการมรดก โอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองและจำหน่ายให้บุคคลภายนอก ผู้รับซื้อไว้ต้องคืน!!

ถ้าผู้จัดการมรดก โอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนเองและจำหน่ายให้บุคคลภายนอก ผู้รับซื้อไว้ต้องคืน!! โดยหลักแล้วหากผู้ที่รับโอนซื้อไปโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนผู้รับโอนย่อมมีสิทธิ์ในทรัพย์นั้นแต่ไม่ใช่กับประเด็นนี้ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกมาเป็นของตนแต่เพียงคนเดียวและทำการจำหน่ายจ่ายโอนโดยที่ทายาทไม่รู้เห็นยินยอมการทำนิติกรรมดังกล่าวย่อมไม่ผูกพันทายาทผู้มีสิทธิ์รับมรดก คำพิพากษาฎีกาที่ 814 / 2554 ช. ทำพินัยกรรมยกที่ดินพิพาทให้แก่อ. เมื่อช. ตายที่ดินพิพาทตกเป็นของอ. ต่อมาอ. ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินของตนทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งห้า เมื่ออ. ตายที่ดินพิพาทตกเป็นของโจทก์ทั้งห้า แม้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่หนึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของช. จำเลยที่หนึ่งก็เพียงแต่มีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกของช. แทนทายาททุกคนเพื่อแบ่งปันซับมรดกแก่ทายาททุกคนไม่มีสิทธิ์นำที่ดินพิพาทที่ตกเป็นของโจทก์ทั้งห้าไปขาย โดยทายาทผู้ได้รับมรดกไม่ยินยอมการที่จำเลยที่หนึ่งนำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลยที่สองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งห้าแม้จำเลยที่สองจะซื้อที่ดินโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้วก็ตามจำเลยที่สองก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ตามหลักที่ว่าผู้รับโอนไม่มีสิทธิ์ดีกว่าผู้โอนโจทก์ทั้งห้าย่อมมีสิทธิ์ฟ้องเรียกคืนที่ดินพิพาทอันเป็นการใช้สิทธิ์ติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินจากผู้ไม่มีสิทธิ์ยึดถือไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 #ทนายความ #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง #นำยึด #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรอารมณ์ดี

ไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่างัดเข้าไปยกของออกมากองไว้หน้าห้องได้ไหมนะ??

ไม่จ่ายค่าเช่า ผู้ให้เช่างัดเข้าไปยกของออกมากองไว้หน้าห้องได้ไหมนะ?? อันนี้ต้องรีบบอกเลยนะคะสำหรับผู้ให้เช่ามือใหม่อย่าเข้าใจว่าเรามีสิทธิ์ทำได้นะ ผู้ให้เช่าส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าอันนี้มันเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันฉันเข้าได้อยู่แล้วใช่ค่ะไม่เถียงบ้านเรือนนั้นอาจจะเป็นกรรมสิทธิ์ของคุณแต่ในระหว่างที่เค้าเช่าอยู่แถวมีสิทธิครอบครองดังนั้นเมื่อเขาผิดสัญญาเช่าจึงเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งผู้ให้เช่าไม่สามารถเปิดห้องงัดห้องเข้าไปและไปขนของผู้เช่าออกมากองไว้หน้าห้องนะคะ เล่นให้พูดตามหลักกฏหมายว่าเป็นความผิดส่วนใดนั้น ต้องแจ้งให้ทราบว่าการบุกรุก รบกวนการครอบครองของผู้เช่า มีความผิดทางอาญา ตามมาตราที่ 362 โดยมีอัตราโทษโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งรวมไปถึงการล็อกกุญแจห้ามไม่ให้ผู้เช่าเข้าไปในห้องอีกอันนี้ก็เป็นความผิดในฐานเดียวกันค่ะ ดังนั้นก่อนจะให้ใครเช่าห้องการพิจารณาประวัติและคัดเลือกผู้เช่ารวมถึงการร่างสัญญาเช่าให้รัดกุมและให้มีหลักประกันในการเช่าก็จะช่วยเซฟผู้ให้เช่าได้นะคะสำหรับผู้ให้เช่ารายใดที่ต้องการทำสัญญาเช่าหรือการปรึกษาทางกฏหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th

กินแล้วชักดาบมีสิทธิ์ติดคุก !!

กินแล้วชักดาบมีสิทธิติดคุก!! หลายท่านอ่านหัวข้อนี้ก็เข้าใจทันทีเพราะเพิ่งจะมีข่าวไปไม่นานนี้กับกรณีที่มีลูกค้ารายหนึ่งสั่งอาหารทานและไม่จ่ายแล้วทำแบบนี้กับหลายร้าน จึงมีประเด็นคำถามขึ้นว่า นอกจากทางร้านจะเรียกเก็บเงินทางร้านมีสิทธิ์แจ้งความดำเนินคดีอย่างไรบ้างมาฟังกันนะคะ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 345 บัญญัติว่า ใครที่สั่งซื้อและบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือเข้าอยู่ในโรงแรม โดยรู้ว่าตนไม่สามารถชำระเงินค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม หรือค่าอยู่ในโรงแรมนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนี้แล้วกินเท่าที่มียินดีในความเป็นอยู่อย่าไปหลอกไปรวงสั่งซื้อหรือเขาอยู่ในที่ที่เกินข้อจำกัดด้านการเงินของเราเลยค่ะนอกจากจะสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นด้วย

จะรู้ได้ยังไงว่าแอพที่เรายืมเงินคือมิจฉาชีพ !!

จะรู้ได้ยังไงว่าแอพที่เรายืมเงินคือมิจฉาชีพ!! แฟนเพจหลายท่านนะคะถามเข้ามาว่าในช่วงที่ชักหน้าไม่ถึงหลังแบบนี้ก็ไปยืมเงินนอกระบบมาจากแอพพลิเคชั่นหนึ่งมีการติดต่อประสานงานผ่าน LINE โดยแฟนเพจก็ให้ข้อมูลส่วนตัวไปมากมายเพื่อใช้ทำสัญญากู้จนถึงขั้นตอนสุดท้าย บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ก็บอกว่าการกู้สำเร็จแล้วแต่ผู้กู้จะต้องโอนเงินค่าดอกเบี้ยจ่ายไปก่อน ไม่ก็บอกว่าหากไม่มีผู้ค้ำจะต้องถูกหักก่อนเป็นจำนวนเงินจำนวนนึง เมื่อผู้กู้ตกใจไม่อยากโอนเงินไปก็บอกว่ามีค่าดำเนินการหากไม่โอนมาจะใช้สิทธิ์ฟ้องร้องตามกฎหมายมั้ย หนูกลัวติดคุก หนูกลัวถูกยึดทรัพย์ หรือบางรายหนักกว่านั้นผู้กู้หลงเชื่อโอนเงินดอกเบี้ยไปก่อนแต่ก็ไม่มีเงินกู้เข้ามาในบัญชีแบบนี้ทำอย่างไรได้บ้าง 1. อย่างแรกเลยนะคะถ้ามิจฉาชีพขู่จะฟ้องร้องกรณีที่เราไม่โอนเงินค่าดอกเบี้ย ไม่โอนค่าดำเนินการเข้าไป.. ไม่ต้องเชื่อค่ะเพราะเขาคือมิจฉาชีพ ไม่ต้องสนใจใดใดทั้งนั้น 2. แจ้งความด้วยน้ำหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เช่นหน้าจอ LINE ที่แชทคุยกันเลขบัญชีที่ให้เราโอนเงินไปนำเข้าไปแจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจ และถ้าอยากให้ตอบแบบข้อกฎหมายทนอ่านนิดนึงนะคะเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง 1.การกู้ยืมมีองค์ประกอบ 2 ประการ คือ หากกู้เกิน 2000 บาทต้องมีการทำสัญญาหรือมีหลักฐานอื่นๆ เช่นไลน์ “และ” ต้อง “มีหลักฐานการส่งมอบเงินที่กู้ยืม” 2. การกู้ยืมเป็นคดีแพ่งค่ะไอ้เรื่องหูว่าจะแจ้งความให้ติดคุกแค่พูดมามันก็มั่วแล้วไม่ต้องไปเชื่อ เคยแนะนำไปแบบนี้ แต่เจอแฟนเพจถามกลับมาว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคนนั้นเป็นมิจฉาชีพจริงๆเค้าอาจจะเป็นแอพเงินกู้จริงๆก็ได้หนูกังวลมากเลย… ลองดูการกู้เงินในระบบนะคะมันไม่ได้ง่ายแค่มีบัตรประชาชนแล้วให้กู้ได้เลย หรือแม้แต่กู้นอกระบบเค้ายังต้องมีการค้ำประกันหรือเป็นคนที่ได้มาเจอกันจริงๆเป็นหลักเป็นแหล่งเลยไม่ใช่แค่ผ่านแอพอย่างแน่นอน อยากจะบอกว่าเวลาทนายแนะนำเนี่ยไม่เชื่อแต่คุยกับมิจฉาชีพดันเชื่ออันนี้ทนายเองก็น้อยใจนะคะ ทนายอาจจะพูดแรงนิดนึงนะแต่นี่ก็เพื่อประโยชน์ของตัวเองท่านเอง …. สังคมออนไลน์หรือโซเชียลเนี่ยนอกจากมีไว้เพื่อความบันเทิงใจไว้อ่านข่าวสาร หากยังมีตังเติมอินเตอร์เน็ตอยู่ ก็หาอ่านอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างนะคะจะจากเพจไหนก็ได้ดู Pages ที่เป็นความรู้รอบรอบตัวยาเสพติดแต่คอนเทนท์คลายเครียดมันเติมความรู้บ้างจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อค่ะ สุดท้ายนี้ก็หวังว่าจะไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพนะคะ

อัดวีดีโอแทนการเขียนพินัยกรรมสามารถทำได้หรือไม่ ?

ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไป หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่าการอัดวิดีโอก็สะดวกดี และก็สามารถพิสูจน์ได้ด้วยว่าผู้ทำพินัยกรรมแสดงเจตนานั้นไว้อีกจริงๆ ไม่ต้องไปพิสูจน์ลายมือชื่อกันอีก จึงเกิดคำถามว่าการอัดวีดีโอแทนการเขียนพินัยกรรมสามารถทำได้หรือไม่และจะมีผลทางกฎหมายหรือเปล่า Find my lawyer ตอบคำถาม คลายข้อสงสัยในใจ ดังนี้ แบบของพินัยกรรม มี 5 แบบ คือ 1. พินัยกรรมแบบธรรมดา (อ้างอิงตามป.พ.พ. มาตรา 1656) 2. พินัยกรรมเขียนเองทั้งฉบับ (อ้างอิงตามป.พ.พ. มาตรา 1657) 3. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารฝ่ายเมือง (อ้างอิงตามป.พ.พ. มาตรา 1658) 4. พินัยกรรมทำเป็นเอกสารลับ (อ้างอิงตามป.พ.พ. มาตรา 1660) 5. พินัยกรรมทำด้วยวาจา (อ้างอิงตามป.พ.พ. มาตรา 1663) จากแบบของพินัยกรรมตามที่กฎหมายกำหนดข้างต้นจะเห็นได้ว่ามีเพียง 5 แบบ เท่านั้น แต่ละแบบมีวิธีการรายละเอียดในการบริการแตกต่างกันไป (เดี๋ยววันหลังจะมาขยายความให้ฟังในแต่ละแบบนะคะ) ดังนั้นจึงสามารถตอบคำถามได้เลยว่าการอัดวิดีโอแทนการทำพินัยกรรมนั้น “ ไม่มีผลทางกฎหมาย“ ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงเจตนาก่อนตายเพราะผู้ทำพินัยกรรมว่านายกทรัพย์สินให้กับใครบ้างและเพื่อให้พินัยกรรมนั้นมีผลตามการแสดงเจตนานั้น จึงต้องเลือกทำพินัยกรรมแบบใดแบบหนึ่งข้างต้นค่ะ

การไกล่เกลี่ย ก่อนฟ้อง-หลังฟ้อง ต่างกันอย่างไร

การไกล่เกลี่ยเกิดขึ้นได้ทั้งก่อนไปศาลและในชั้นศาล แต่ก็มีความแตกต่าง ส่งนแตกต่างกันอย่างไรนั้น ลองดูตามภาพเลยนะคะ

หนี้อะไรบ้าง ?  ที่สามี-ภรรยา ไม่ต้องร่วมกันรับผิดตามกฎหมาย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าคำว่าสามีภรรยาในที่นี้คือสามีภรรยาที่จดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมายนะคะ ถ้าไม่ได้จดทะเบียนกัน ก็ไม่ใช่สามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายตามเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ ล่าสุดมีแฟนเพจถามมาว่าสามีไปค้ำประกันให้บุคคลอื่นต่อมามีหมายมาที่บ้าน กรณนี้สินสมรสจะถูกยึดไปด้วยหรือไม่ find my lawyer ขอให้ความเห็นและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องแบบนี้ค่ะ หากอ้างอิงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 บัญญัติเอาไว้ว่า หนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้น ให้รวมถึงหนี้ที่สามีหรือภริยาก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส ดังต่อไปนี้ (1) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดู ตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ (2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส ยกตัวอย่างเช่น หนี้ค่าซ่อมแซมบ้านที่เป็นสินสมรส หนี้ค่าซ่อมแซมรถยนต์ที่เป็นสินสมรส เป็นต้น (3) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน เช่น กู้เงินไปเปิดกิจการและทำร่วมกัน ซึ่งในกรณีนี้อาจจะเป็นหนี้จากฝ่ายสามีหรือภริยาเพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้ไปก่อขึ้นก็ได้ (4) หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ฝ่ายเดียวแต่อีกฝ่ายหนึ่งให้สัตยาบัน (ให้สัตยาบันในที่นี้ก็คือรับทราบไม่คัดค้านปล่อยให้ทำไป) อ่านแบบนี้แล้วเหนื่อยใจใช่ไหมคะ จากตอนแรกอยากจดทะเบียนเอาไว้ฟ้องชู้แต่ก็เห็นหนี้ร่วมระหว่างคู่สมรสก็เลยตกใจ อย่าตกใจไปค่ะยังมีหนี้บางประเภทที่คู่สมรสไม่ต้องรับผิดร่วมด้วยได้แก่ 1. หนี้การพนัน 2. หนี้ที่เกิดขึ้นขณะที่แยกกันอยู่ 3. หนี้ที่เกิดจากการกู้ไปให้บุคคลอื่น ด้วยความเสน่หาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 4. หนี้ที่เกิดจากการค้ำประกันให้บุคคลอื่น