Please wait ...

 
ถ้านายจ้างไม่สั่ง แล้วเราทำงานล่วงเวลาเอง เราขอค่าล่วงเวลาได้หรือไม่

อ่านคำถามหลังบ้านวันนี้ ก็เข้าใจคนถาม เพราะใจนึงก็ห่วงงานกลัวเสียหาย แต่อีกใจก็ประสงค์จะรักษาสิทธิ หากต้องทำงานล่วงเวลา แต่ประเด็นมันดันอยู่ที่ว่า ถ้านายจ้างไม่สั่ง แล้วเราทำงานล่วงเวลาเอง เราขอค่าล่วงเวลาได้หรือไม่ เราขอให้ความเห็นแบบนี้ค่ะ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 5 ให้นิยามของ “การทำงานล่วงเวลา” หมายความว่า “การทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือเกินชั่วโมงทำงานในแต่ละวันที่นายจ้าง ลูกจ้างตกลงกันตามมาตรา 23 ในวันทำงานหรือวันหยุดแล้วแต่กรณี” และมาตรา 24 วรรคหนึ่ง ระบุว่า “ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อนเป็นคราวๆ ไป” ตามบทบัญญัติดังกล่าวการทำงานของลูกจ้างที่จะเป็นการทำงานล่วงเวลาจึงต้องเป็นกรณีที่เป็นความประสงค์ของนายจ้างที่จะให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา โดยลูกจ้างให้ความยินยอมก่อนเป็นคราวๆ ไป และจะต้องเป็นการทำงานนอกหรือเกินเวลาทำงานปกติหรือเกินชั่วโมงทำงานในแต่ละวันที่นายจ้างตกลงกันตามมาตรา 23 ในวันทำงานหรือวันหยุด เมื่อนายจ้างประสงค์ให้มีการทำงานล่วงเวลาในช่วงระยะใด นายจ้างจะต้องทำความตกลงกับลูกจ้างโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายให้มีสาระสำคัญครบถ้วนถึงกำหนดช่วงระยะการเริ่มต้นและการสิ้นสุดของการทำงานล่วงเวลาไว้ก่อนล่วงหน้า จากบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้นจึงเห็นได้ว่า ถ้านายจ้างไม่ได้สั่งให้ทำงานล่วงเวลา ลูกจ้างก็ไม่ไม่สิทธิได้รับค่าล่วงเวลา (คำพิพากษาฎีกาที่ 9015/2549) ส่วนกรณีที่แฟนเพจถามมานี้ นอกจากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว เราแนะนำว่าหากกังวลว่าวานจะเสียหายถ้าไม่ทำล่วงเวลา ให้ไปชี้แจงปริมาณงานกับปริมาณคนทำงาน หรือเวลาทำงานกับนายจ้าง รวมถึงผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าวด้วย แต่ถ้าบอกแล้วนายจ้างไม่ได้อนุมัติให้ทำงานล่วงเวลา แนะนำว่าปล่อยให้เป็นเรื่องของนายจ้างค่ะ กลับบ้านอาบน้ำนอน พักผ่อนตามอัทธยาศัย ————-  ติดต่องานจ้าง สอบถามค่าบริการได้ทาง Info@legalclinic.co.th #ทนายแรงงาน #ทนายคดีแรงงาน...

การเปลี่ยนนายจ้าง หากไม่ได้รับการยินยอมจากลูกจ้าง ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง

มีคำถามจากแฟนเพจเข้ามาว่าตนเองได้เซ็นสัญญาจ้างแรงงาน โดยในสัญญาจ้างแรงงานระบุว่านายจ้างมีสิทธิ์โอนย้ายตำแหน่งหรือหน้าที่การงานของลูกจ้างในบริษัทหรือบริษัทในเครือตามที่นายจ้างจะเห็นสมควรได้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายจ้างมีคำสั่งโอนย้ายลูกจ้างให้ไปทำงานกับบริษัทในเครือ และให้ตำแหน่งงานในบริษัทเดิมสิ้นสุดลง แต่ลูกจ้างไม่ยินยอมไป จึงถูกนายจ้างเลิกจ้าง กรณีนี้ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่

อยากลาพักร้อนจัง แต่เพิ่งเปลี่ยนงานมาเอง…ยังทำงานได้ไม่ครบปีแบบนี้จะลาพักร้อนได้ไหม

การลาพักผ่อนประจำปีหรือลาพักร้อน ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 30 กำหนดว่า “ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่า 6 วันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้าหรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน และในปีต่อมานายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่าหกวันทำงานก็ได้ โดยนายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อๆ ไปได้

หากลากิจเกินกำหนด ก็อดได้ค่าจ้างนะ

ถ้าหากมีธุระก็ต้องลากิจ แต่ถ้าหากธุระของเรายาวนานหลายวันก็ต้องลากิจหลายวัน และวันลากิจของเราก็มีจำกัดอีก ถ้าหากลาเกินกำหนดนายจะจ้างหักเงินเดือนได้ไหมนะ?

ก้าวร้าวกับผู้บังคับบัญชา ไม่ปฎิบัติงานให้ลุล่วง สามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ในองค์กรหรือที่ทำงานของเรามีลูกจ้างอยู่หลายประเภท แต่จะมีอยู่ประเภทหนึ่งที่มักจ้างสร้างความลำบากใจ อึดอัดใจ ให้กับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก นั่นก็คือพวกที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว ไม่ให้ความเคารพต่อผู้บังคับบัญชา แล้วอย่างนี้ นายจ้างจะเลิกจ้างได้หรือไม่

การนับอายุงาน ต้องเริ่มนับตั้งแต่เมื่อไหร่ ตั้งแต่เริ่มทำงานเลย หรือว่าหลังทดลองงานเรียบร้อยแล้วกันนะ

ทางเพจของเราขอให้ความเห็นว่า การนับอายุงานนั้นขึ้นอยู่กับว่านับไปเพื่อจุดประสงค์อะไร ซึ่งจะขอแยกออกเป็นสองกรณีค่ะ