Please wait ...

 
ลูกจ้างรายวัน “ลาป่วย ” นายจ้างหักค่าจ้างไม่ได้ !!!

นายไม่ทราบโปรดทราบ ลูกจ้างรายวันลาป่วย นายจ้างหักเงินค่าจ้างในวันลาป่วยไม่ได้ เพราะการลาป่วย ลูกจ้างทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายเดือน มีสิทธิลาป่วยได้ เท่าที่ป่วยจริง ซึ่งลูกจ้างรายวัน นายจ้างจะมีสิทธิไม่จ่ายค่าจ้าง เฉพาะวันหยุดประจำสัปดาห์เท่านั้น ทั้งนี้ ตาม ม. 56(1) หากกล่าวถึงการลาป่วย พนักงานจะลาป่วยกี่วันก็ได้ ตามที่ป่วยจริง แต่จะมีสิทธิได้รับเงินระหว่างลาป่วยได้ปีหนึ่งไม่เกิน 30 วัน เท่านั้น ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม .57 ดังนั้นกับคำถามที่ว่า ลูกจ้างรายวันลาป่วย นายจ้างหักเงินได้หรือไม่? คำตอบคือ……หักเงินค่าจ้างในวันลาป่วยไม่ได้ เพราะการลาป่วย ลูกจ้างทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างทดลองงาน ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายเดือน มีสิทธิลาป่วยได้ เท่าที่ป่วยจริง ซึ่งลูกจ้างรายวัน นายจ้างจะมีสิทธิไม่จ่ายค่าจ้าง เฉพาะวันหยุดประจำสัปดาห์เท่านั้น ทั้งนี้ ตาม ม. 56(1) 2.หากนายจ้างหักเงินค่าจ้างในวันลาป่วย นายจ้างมีความผิดตาม ม.146 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท 3.ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน เพื่อบังคับให้นายจ้างจ่ายคืนเงินค่าจ้างสำหรับวันลาป่วยได้...

ลูกจ้างยื่นเอกสารต่อสรรพากรผิด คิดค่าปรับแล้วหักจากเงินเดือนได้ไหม ?

ลูกจ้างยื่นเอกสารต่อสรรพากรผิดคิดค่าปรับแล้วหักจากเงินเดือนได้ไหม?? ​​ ​​เรื่องการหักเงินค่าจ้างนั้น ตามกฎหมายแล้วนายจ้างไม่สามารถหักได้ เว้นแต่เป็นการหักที่กฎหมายบัญญัติยกเว้นไว้ ในกรณีที่ลูกจ้างทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายที่นายจ้างสามารถหักค่าจ้างเพื่อชดใช้ค่าเสียหายได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ ​​- ลูกจ้างกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ​​- และลูกจ้างยินยอมให้หักเงินค่าจ้างเพื่อชดใช้ค่าเสียหายนั้น ​​1. กับคำถามที่ว่า ลูกจ้างยื่นแบบเสียภาษีต่อสรรพากรผิด ทำให้นายจ้างต้องเสียเบี้ยปรับ นายจ้างจึงมาหักเงินเดือนของลูกจ้างแทน สามารถทำได้หรือไม่ ?​ ​​คำถามนี้ ผู้เขียนเห็นว่า หากลูกจ้างทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ที่มีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชี รวบรวมเอกสารต่าง ๆ ตลอดจนยื่นแบบเสียภาษี ซึ่งความรู้เฉพาะตำแหน่งจะต้องมีความรู้ด้านภาษีอากร หากรวบรวมเอกสารหรือยื่นแบบเสียภาษีของนายจ้างไม่ถูกต้อง จนเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายจนต้องเสียเบี้ยปรับ ถือว่าลูกจ้างได้กระทำการบกพร่องต่อหน้าที่ อันเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่นายจ้างสามารถหักเงินเดือนได้หากลูกจ้างให้ความยินยอมโดยทำเป็นหนังสือ แต่ถ้าลูกจ้างไม่ยินยอมนายจ้างก็ไม่สามารถหักได้ ​​2. หากลูกจ้างกระทำการให้นายจ้างได้รับความเสียหาย นายจ้างมีมาตรการใดได้บ้าง? ​​นายจ้างอาจหักเงินประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น เงินโบนัส เงินปันผล เบี้ยขยัน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76 ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่ายหรือชำระ...

นายจ้างบอกเลิกจ้างด้วยวาจาพูดง่ายง่ายก็คือไล่ออกนั่นแหละ อีกวันนึงบอกว่าให้กลับมาทำงานแบบนี้จะได้ค่าชดเชยไหมคะ

อยู่อยู่จะก็รักรักมาบอกมาทำให้ชื่นใจ อยู่อยู่จะร้ายก็ร้ายก็เลยไม่แน่ใจ ~ กับคำถามวันนี้มันทำให้นึกถึงเพลงนี้เลยอ่ะ (ว่าไปเพลงก็บ่งบอกอายุเหมือนกันนะ) กับคำถามงงงวยของวันนี้ว่าด้วย “นายจ้างบอกเลิกจ้างด้วยวาจาพูดง่ายง่ายก็คือไล่ออกนั่นแหละอีกวันนึงบอกว่าให้กลับมาทำงานแบบนี้จะได้ค่าชดเชยไหมคะพี่ทนาย?” การเลิกจ้างหรือการลาออก เป็นการสิ้นสุดสัญญาจ้าง ที่หากเป็นสัญญาจ้างที่ไม่กำหนดระยะเวลาการจ้างไว้ นายจ้างหรือลูกจ้างสามารถบอกเลิกสัญญาด้วยการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนหรือในวันจ่ายค่าจ้างให้อีกฝ่ายทราบเพื่อให้ผลเป็นการเลิกจ้างเมื่อครบกำหนดการจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป ทั้งนี้ ตาม ม.17 ซึ่งการเลิกจ้างนั้นนายจ้างสามารถแจ้งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5933/2550 ) และเมื่อได้มีการแสดงเจตนาเลิกจ้างหรือลาออกแล้ว จะถอนการแสดงเจตนานั้นไม่ได้ ทั้งนี้ ตาม ป.พ.พ. ม.386 วรรค 2 ดังนั้น สำหรับคำถามที่ว่า นายจ้างเลิกจ้างด้วยวาจา ต่อมาเปลี่ยนใจบอกให้กลับมาทำงาน แบบนี้ลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าชดเชยหรือไม่ ผู้เขียนเห็นว่า เมื่อนายจ้างได้แสดงเจตนาในการบอกเลิกจ้าง โดยลูกจ้างก็ได้รับทราบเจตนาในการเลิกจ้าง การเลิกจ้างย่อมมีผลแล้วนับแต่วันทราบเจตนา ดังนั้น นายจ้างจะเปลี่ยนใจให้กลับมาทำงาน อันเป็นการถอนการแสดงเจตนาไม่ได้ ทั้งนี้ ตาม ป.พ.พ. ม.386 ซึ่งหากลูกจ้างไม่ยินยอมให้นายจ้างยกเลิกเพิกถอนการแสดงเจตนา นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง ​​คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6525/2544 วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานว่า สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาชนิดหนึ่ง เมื่อนายจ้างซึ่งเป็นคู่สัญญาแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่ลูกจ้างโดยการเลิกจ้างแล้ว สัญญาจ้างแรงงานย่อมสิ้นสุดลงทันที และ การแสดงเจตนาเลิกสัญญาหาอาจถอนได้ไม่ ​​ข้อสังเกต ​​การลาออก หรือ...

นายจ้างเลิกจ้างโดยเราไม่ยินยอมได้หรือไม่ ??

อ่านคำถามนี้ พี่ต้องอ่านทวนเลยนะ กับคำถามที่ว่า “นายจ้างเลิกจ้างหรือเราไม่ยินยอมได้หรือไม่??” การเลิกจ้าง นายจ้างไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกจ้าง เพราะไม่ว่าจะเป็นการบอกเลิกจ้างหรือลาออก เป็นการบอกเลิกสัญญาจ้าง ที่เป็นการแสดงเจตนาอย่างหนึ่งที่จะยุตินิสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ที่ฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้างสามารถแสดงเจตนาฝ่ายเดียว โดยไม่ต้องให้อีกฝ่ายยินยอมหรือตกลงอนุมัติแต่อย่างใด โดยมีผลสมบูรณ์เมื่ออีกฝ่ายได้รับทราบการเสดงเจตนาเลิกจ้าง หรือรับทราบการเลิกจ้าง ส่วนจะได้ค่าชดเชย ค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ หรือเป็นเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือเปล่า ก็ต้องพิจารณาไปตามแต่กรณีไป เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 6020/45 ลูกจ้างยื่นใบลาออกต่อนายจ้างย่อมเป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้าง และการเลิกสัญญาจ้างมีผลในวันที่ลูกจ้างแจ้งไว้ในใบลานั้น การเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลานั้น นายจ้างหรือลูกจ้างมีสิทธิแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานได้แต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่จำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งยินยอมตกลงหรืออนุมัติแต่อย่างใด จากที่ได้คุยกับน้องแฟนเพจน้องเข้าใจว่าตอนรับทำงานก็ยังต้องคุยกันสองไฟล์ตอนเลิกจ้างทำไมพูดอยู่ฝ่ายเดียว…ถ้าให้พี่เทียบมันก็เหมือนความรักแหละน้อง ตินคบกันตกลงกันสองคน แต่ตอนเลิกกันไม่ต้องการการตกลงร่วม ฝ่ายเดียวพร้อมไปเขาก็แค่บอก ต่างกันตรงที่หากเป็นเรื่องการบอกเลิกการจ้างหากลูกจ้างไม่มีความผิดและลูกจ้างทำงานต่อเนื่องครบ 120 วันนายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฏหมายกำหนด

นายจ้าง ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เตรียมตัวปั้มลายนิ้วมือได้เลย

อย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบว่าในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อให้พนักงานตรวจฯ สอบสวนและมีคำสั่ง หากลูกจ้างมีสิทธิพนักงานตรวจฯจะแจ้งคำสั่งให้นายจ้างเพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่กำหนดนายจ้างก็จะมีความผิดทางอาญา ​เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน จึงได้เขียนขั้นตอน ตลอดจนสิทธิหน้าที่ ที่แต่ละฝ่ายจะต้องปฏิบัติ เมื่อพนักงานตรวจฯ มีคำสั่ง ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ​1.กรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน เพื่อให้พนักงานตรวจฯ สอบสวน ม.123 ​2.เมื่อพนักงานตรวจฯ ได้รับคำร้อง จะสอบสวนข้อเท็จจริง เมื่อสอบสวนแล้ว หากปรากฏว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ พนักงานตรวจฯ จะมีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ต้องจ่ายภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง ม.124 หรือหากเห็นว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิพนักงานตรวจฯ มีคำสั่งและแจ้งเป็นหนังสือให้นายจ้างและลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายทราบ 3. หากนายจ้างไม่จ่ายเงินโดยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งพนักงานตรวจฯ จะมีความผิดอาญา ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ม.151 และมีความผิดทางอาญาฐานไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ซึ่งกำหนดให้จ่ายเงินดังกล่าวด้วย 4....

ขโมยของนายจ้าง แค่ปรับและเลิกจ้าง ไม่ดำเนินคดีได้มั้ย ?

กรณีที่ลูกจ้างลักทรัพย์นายจ้าง โดยลูกจ้างยินยอมให้ปรับหรือชดใช้ค่าเสียหายคืน และยอมให้เลิกจ้าง โดยไม่ต้องถูกดำเนินคดี ถามว่าทำได้หรือไม่ เค้าถามนี้น่าสนใจนะคะเพราะว่าลูกจ้างมองว่าในเมื่อคืนซับที่ขโมยมาให้แล้วชดใช้ค่าเสียหายแล้วทำไมตำรวจยังดำเนินคดีอยู่อีก?? ในส่วนนี้ขออธิบายดังนี้ค่ะ เนื่องจากความผิดฐานลักทรัพย์หรือลักทรัพย์นายจ้าง (เหตุฉกรรจ์โทษหนักขึ้น) นั้นเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ที่กระทบต่อผู้ถูกกระทำ และกระทบต่อสังคมโดยรวม ที่รัฐจะต้องดำเนินการเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แม้ผู้ที่ถูกกระทำนั้นจะไม่ติดใจเอาความหรือดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้วก็ตาม ก็เป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ เมื่อมีการดำเนินคดีแล้ว หากลูกจ้างนำเงินไปวางเพื่อชดใช้หรือบรรเทาความเสียหาย ก็ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษที่ศาลจะนำไปประกอบการพิจารณาในการลดโทษ (โทษหนักจะได้เบาลง) หากลูกจ้างนายจ้างทำสัญญา/ข้อตกลงในการรับเงินชดใช้ค่าเสียหายและไม่ดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ สามารถบังคับได้หรือไม่?? ในการทำสัญญาหรือทำข้อตกลงไม่ให้ดำเนินคดีหรือให้การดำเนินคดีอาญาระงับ สามารถทำได้เฉพาะความผิดอาญาที่ยอมความได้เท่านั้น หากเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ถือเป็นการทำสัญญาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จะตกเป็นโมฆะ ฎีกาที่ 4351/2548 บันทึกข้อตกลงประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์ทั้งสามและจำเลยกับ ว. ที่ให้โจทก์ทั้งสามถอนฟ้องคดีอาญาที่ยื่นฟ้องจำเลยกับ ว. ไว้ในข้อหาปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอมซึ่งเป็นคดีอาญาแผ่นดินไม่ใช่คดีความผิดอันยอมความได้ เป็นข้อตกลงที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ย่อมตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ.มาตรา 150 ฎีกาที่ 958/2519 สัญญาที่จำเลยยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์โดยมีเจตนาที่จะไม่ให้โจทก์แจ้งความดำเนินคดีอาญากับบุตรจำเลยในการที่ทำให้บุตรโจทก์ตาย มีวัตถุประสงค์ให้ระงับคดีอาญาแผ่นดิน เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 113 (เดิม) เป็นโมฆะ จำเลยต้องใช้ค่าเสียหายฐานละเมิด ความผิดอาญาแผ่นหรือความผิดอันยอมความได้ คืออะไร? ศึกษาเพิ่มเติมได้ หมายเหตุ : ความผิดอาญาแผ่นดิน คือ...

พิมพ์ ” ลาออก ในกลุ่ม Line แล้วกดยกเลิก ” ผลยังถือว่าลาออก

เพื่อนนนน ถ้าเพื่อนรู้สึกโมโห ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน น้อยใจนายจ้างจนไม่อยากจะทำงานต่อไป จึงตัดสินใจพิมพ์ลงไปในกลุ่ม Line เพื่อขอลาออก ผ่านไป 30 นาที ใจเย็นขึ้นมาไม่คิดจะลาออกล่ะ จึงไปยกเลิกข้อความ ดังนี้จะถือได้ว่า การลาออก มีผลหรือไม่อย่างไร อ่านนะ 1.หากลูกจ้างได้แสดงเจนาขอลาออกแล้ว แม้ต่อมาเปลี่ยนใจไปกดยกเลิก ถือได้ว่ามีผลเป็นการลาออก เพราะเมื่อแสดงเจตนาเลิกสัญญาแล้ว จะถอนการแสดงเจตนาไม่ได้ ทั้งนี้ ตาม ป.พ.พ. ม.386 ดังนั้น เมื่อลูกจ้างลาออกเองก็จะไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6525/2544 วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานว่า สัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาชนิดหนึ่ง เมื่อนายจ้างซึ่งเป็นคู่สัญญาแสดงเจตนาเลิกสัญญาแก่ลูกจ้างโดยการเลิกจ้างแล้ว สัญญาจ้างแรงงานย่อมสิ้นสุดลงทันที และ การแสดงเจตนาเลิกสัญญาหาอาจถอนได้ไม่ 2. เว้นแต่ หากนายจ้างและลูกจ้างตกลงยกเลิกและยินยอมให้ลูกจ้างยกเลิกเพิกถอนการแสดงเจตนา ก็สามารถทำได้ คำพิพากษาฎีกาที่ 13145/2558 แม้ตาม ป.พ.พ. ม 386 ประกอบ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฯ ม.17 ลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างได้โดยแสดงเจตนาแก่นายจ้าง และเมื่อแสดงเจตนาดังกล่าวแล้วไม่อาจถอนหรือยกเลิกเจตนานั้นได้ก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวหมายถึงลูกจ้างแสดงเจตนาเพียงฝ่ายเดียวขอถอนหรือยกเลิกการแสดงเจตนาเลิกสัญญาจ้างเท่านั้น ไม่รวมถึงการตกลงหรือยินยอมพร้อมใจของฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเพื่อยกเลิกหรือถอนการแสดงเจตนาของลูกจ้างที่ขอเลิกสัญญาจ้างแต่อย่างใด เมื่อลูกจ้างขอลาออกโดยให้มีผล 30...

ขอลา ” พาน้องหมาไปหาหมอ ” ใช้ลากิจได้หรือไม่ ?

ขอลาเพื่อพาน้องหมาไปหาหมอ ใช้ลากิจได้หรือไม่? เรื่องลากิจนั้น กฎหมายกำหนดไว้ว่า ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อ “กิจธุระอันจำเป็น” ได้ปีละไม่น้อยกว่า 3 วันทำงาน แล้วอย่างไรจึงจะถือว่าเป็นกิจธุระอันจำเป็น ก็พิจารณาง่าย ๆ คือ กิจธุระนั้นต้องดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น มอบหมายให้ผู้อื่นไปดำเนินการแทนไม่ได้ เช่น การไปทำบัตรประชาชน การต่อใบอนุญาตขับขี่ การจดทะเบียนสมรส เป็นต้น ถามว่า ลาเพื่อพาน้องหมาไปหมอ เป็นกิจธุระจำเป็นหรือไม่ ผู้เขียนมีความเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเรายังสามารถมอบหมาย หรือไหว้วานให้บุคคลอื่นพาน้องหมาไปหาหมอแทนได้ แต่หากลูกจ้างจะยื่น ลากิจ ก็ไม่ได้ผิดกติกา หากยื่นแล้วนายจ้างอนุญาตก็ลาได้ เพราะการลากิจ มีขั้นตอนการยื่น การอนุมัติ อนุญาต อย่างไรก็ต้องปฏิบัติไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ของแต่ละบริษัทนั้น ๆ และเช่นเคยสำหรับใครที่ไม่อยากจดจำ ไม่มีเวลาหาข้อมูล แต่มีคำถามในทางปฏิบัติมากมาย อยากหาทนายเคียงข้างธุรกิจ เป็นเพื่อนคู่คิดหรือเป็นมิตรคู่กาย ในการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายสักคน สามารถติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th นะคะ #คลินิกกฎหมายแรงงาน #ที่ปรึกษากฎหมาย #คดีแรงงาน #ทนายคดีแรงงาน #วิทยากรกฎหมายแรงงาน #วิทยากรสอนกฎหมาย #วิทยากรPDPA #วิทยากรอารมณ์ดี

ลิขสิทธิ์ในงานที่ทำขึ้นระหว่างเป็นลูกจ้าง  งานนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของนายจ้างหรือลูกจ้าง ??

ก่อนอื่น ขออธิบายให้ทราบว่า ลิขสิทธิ์ คือ ผลงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มงานสร้างสรรค์ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้นที่มีสิทธิเผยแพร่ ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือจำหน่าย ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ​ดังนั้น คำถามที่ว่า ลิขสิทธิ์ในงานที่ทำขึ้นตามสัญญาจ้างแรงงาน งานนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของใคร ระหว่างนายจ้าง หรือ ลูกจ้าง?? ​1. ถ้าผู้สร้างสรรค์ สร้างงานในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น กฎหมายกำหนดให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ (ลูกจ้าง) แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้นออกเผยแพร่ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจ้างแรงงานนั้น (ม.9) ​เห็นได้ว่า หากนายจ้างกำหนดในสัญญาว่างานที่ลูกจ้างทำขึ้นในระหว่างทางการที่จ้าง ให้ลิขสิทธิ์เป็นของนายจ้าง ดังนั้น ลิขสิทธิ์ในงานดังกล่าว ก็จะเป็นของนายจ้าง ลูกจ้างไม่มีสิทธินำงานนั้นไปเผยแพร่ ทำซ้ำ หรือ จำหน่ายได้ ยกตัวอย่างเช่น นายจ้างเป็นบริษัทขายโปรแกรมซอร์ฟแวร์ จ้างลูกจ้างทำงาน เขียนโปรแกรม โดยในสัญญาจ้างไม่ได้กำหนดว่า โปรแกรมที่ลูกจ้างเขียนเป็นลิขสิทธิ์ของนายจ้าง ดังนี้ โปรแกรมนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของลูกจ้าง (ลูกจ้างมีสิทธิ เผยแพร่ ทำซ้ำ หรือจำหน่ายได้) แต่นายจ้างก็มีสิทธิ์นำโปรแกรมนั้นไปจำหน่ายให้ลูกค้าได้ตามขอบวัตถุประสงค์ของการจ้างแรงงานนั้น (ม.9) ​2.แล้วนายจ้างมีสิทธิเผยแพร่ต่อสาธารณชน ของลูกจ้างถึงเมื่อใด ตอบ...

ลูกจ้างลาป่วยบ่อย ” นายจ้างมีสิทธิ์ให้ลูกจ้างทำการตรวจโดยแพทย์ที่บริษัทจัดหา “

แควนเพจหลายท่านอาจจะทราบว่า การลาป่วยนั้น ลูกจ้างสามารถลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง และหากลูกจ้างลาป่วยตั้งแต่ 3 วันทำงานขึ้นไป นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองแพทย์ได้ หากลูกจ้างไม่สามารถแสดงใบรับรองแพทย์ ให้ลูกจ้างชี้แจงให้นายจ้างทราบ หากรับฟังได้ว่าป่วยจริงก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ามีลูกจ้างประเภทลาป่วยบ่อย ๆ จนนายจ้างไม่แน่ใจว่า ป่วยจริงหรือไม่ ดังนี้ 1. นายจ้างมีสิทธิให้ลูกจ้างทำการตรวจโดยแพทย์ที่นายจ้างจัดหาได้ หากนายจ้างสั่งแล้วลูกจ้างปฏิเสธไม่ยอมเข้ารับการตรวจ นายจ้างมีหนังสือเตือน และสั่งให้ไปตรวจอีกครั้งลูกจ้างยังไม่ไปตรวจก็จะถือเป็นการผิดซ้ำคำเตือนที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545 การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้วก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ่งจำเลยจัดให้เพื่อตรวจสอบว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่ หากการตรวจปรากฏว่าโจทก์ป่วยจริงและใช้สิทธิ ลาป่วยโดยสุจริตก็จะเป็นผลดีแก่โจทก์ คำสั่งของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการทำงานที่มีเหตุผลชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โจทก์ต้องปฏิบัติตาม เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามจึงเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างกรณีไม่ร้ายแรง จำเลยได้มีหนังสือตักเตือนโจทก์ และยืนยันคำสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามโจทก์ก็ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยจึงลงโทษให้พักงานโจทก์ 11 วัน และยืนยันให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอีก เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตามจำเลยจึงมีสิทธิออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย จึงเป็นคำสั่งที่ ชอบด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (4) และเป็นการปฏบัติถูกต้องตามขั้นตอนของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้วและคำสั่งดังกล่าวถือได้ว่าไม่ใช้คำสั่งเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เมื่อจำเลยปฏิบัติถูกต้องตามขั้นตอนในการลงโทษตามที่ระบุไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้ว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าจ้างกรณีพักงานให้แก่โจทก์ ส่วนเรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้น โจทก์ยังไม่ได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี และไม่เข้าด้วยกรณีตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เพราะโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกระทำความผิด และเพราะฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลย โดยที่จำเลยมีหนังสือตักเตือนแล้ว ซึ่งมีผลไม่เกินหนึ่งปีนับแต่โจทก์ได้รับทราบหนังสือเตือนตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน...