กฎหมายกฏหมายแรงงานโพสต์ social media ต่อว่าคนในบริษัท ด้วยข้อความหยาบคาย นำมาสู่การเลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชยได้ด้วยเหรอ?
โพสต์ social media ต่อว่าคนในบริษัท ด้วยข้อความหยาบคาย นำมาสู่การเลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชยได้ด้วยเหรอ? ทุกวันนี้ผู้คนพร้อมที่จะเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัว และใช้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ในการแสดงออกตัวตน โดยคิดว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัว จะทำอะไรหรือโพสต์อะไรได้อย่างอิสระ แต่ในความเป็นจริงการแสดงทัศนคติผ่านโซเชียลมีเดียนั้นสามารถบ่งบอกถึงความเป็นตัวคุณเองได้ และสามารถส่งผลกระทบได้อย่างกว้างขวาง บางทีอาจจะทำให้กลายเป็นคนตกงานแบบไม่ตั้งตัว คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 73/2562 การที่โจทก์เข้าใจว่าตนเองถูกแย่งที่จอดรถจึงถ่ายภาพนายดำและพิมพ์ข้อความ ว่า “ผู้ชายหน้าตัวเมีย…” ส่งเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ด้วยโทรศัพท์มือถือผ่านโปรแกรมเฟสบุ๊คไปยังเพื่อนร่วมงานในบริษัทและบริษัทในเครือของจำเลย ทั้งที่ไม่เคยรู้หรือทราบมาก่อนว่านายดำเป็นใคร อันเป็นการประจานนายดำ ต่อสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีคนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยไม่สนใจไยดีในความเดือดร้อนของนายดำ ว่าจะถูกสังคมดูถูก เหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอายมากเพียงใด แม้จะได้ความว่าโจทก์ลบโพสต์ดังกล่าวออกไป ซึ่งถือว่าข้อความที่โจทก์ส่งลงระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าวเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่ก็เป็นที่ทราบและรู้ทั่วไปว่าสื่อดังกล่าวสามารถแพร่ข่าวสารไปได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น พฤติการณ์แห่งการกระทำของโจทก์ดังกล่าวถือเป็น การขาดสติความรับผิดชอบและความยับยั้งชั่งใจย่อมไม่สมควรที่จะกระทำอย่างยิ่ง ถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดร้ายแรงอยู่ในตัวจำเลยย่อมเลิกจ้าง ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ไม่ต้องจ่าย ค่าชดเชยตามมาตรา 119 (4) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ทั้งมิใช่การเลิกจ้างอัน ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย...










