กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

การบริหารคนและองค์กร47 วินาทีไม่ได้บอกว่าคนยุคนี้สมาธิสั้น แต่มันกำลังบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับ “วิธีทำงาน” ของเรา

31 August 2026

47 วินาที เป็นตัวเลขที่สะดุดตาพอจะทำให้หลายคนเข้าใจไปได้ง่าย ๆ ว่า “คนยุคนี้มีสมาธิได้แค่นี้แล้วหรือ”

แต่จากข้อมูลที่ถูกนำมาอ้างถึงจากงานศึกษาของ Gloria Mark และคณะ ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์มีความสามารถในการจดจ่อเพียง 47 วินาที สิ่งที่งานศึกษามองคือระยะเวลาที่คนทำงานอยู่กับหน้าจอหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยน Attention ไปยังอีกหน้าจอหนึ่ง

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะแทนที่จะรีบสรุปว่า “คนสมัยนี้สมาธิสั้น” ตัวเลขนี้อาจกำลังทำให้เราเห็นอีกเรื่องหนึ่งว่า ชีวิตการทำงานของเราทำให้ Attention ถูกสลับบ่อยแค่ไหน

ลองมองโต๊ะทำงานธรรมดาในวันนี้ เราอาจกำลังทำรายงานอยู่ แต่ขณะเดียวกันก็เปิด Browser ไว้หลาย Tab มี Email เปิดค้าง LINE อยู่ในโทรศัพท์ Teams หรือโปรแกรม Chat พร้อมแจ้งเตือน ระหว่างนั้นมีคนโทรมา มีประชุมแทรก และมีงานใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ

ดูเผิน ๆ เหมือนเรากำลังทำหลายอย่างพร้อมกัน แต่ในความเป็นจริง เรากำลังย้ายความสนใจจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งตลอดทั้งวัน

อย่างไรก็ตาม ถ้าจะอธิบายเรื่อง Attention ในการทำงานแล้วบอกว่าทั้งหมดเป็นความรับผิดชอบขององค์กร ก็คงไม่แฟร์นัก เพราะสิ่งรบกวนไม่ได้มาจากระบบงานเพียงอย่างเดียว

บางครั้งไม่มีใครทัก ไม่มีประชุม ไม่มีงานด่วน แต่คนทำงานเองเปิด TikTok ขึ้นมาดูหนึ่งคลิปแล้วต่ออีกคลิป เปิด YouTube ไว้ข้าง ๆ ระหว่างทำงาน หยิบโทรศัพท์ทุกครั้งที่มี Notification หรือสลับไปดูเรื่องอื่นทั้งที่งานตรงหน้ายังไม่เสร็จ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของ Self-management และวินัยในการทำงานด้วย

แต่คำว่า Self-management ก็ไม่ได้หมายความว่า เมื่อองค์กรพูดว่า “เป็นเรื่องที่พนักงานต้องจัดการตัวเอง” แล้วบทบาทของหัวหน้าจะจบลงตรงนั้น

เพราะถ้าพนักงานบางคนสามารถจัดการ Attention ของตัวเองได้ เขาก็ควรมีพื้นที่ให้ทำเช่นนั้น แต่ถ้าบางคนยังทำไม่ได้จนเริ่มกระทบคุณภาพงาน Deadline หรือ Productivity หัวหน้าก็มีหน้าที่บริหาร เช่นเดียวกับพฤติกรรมการทำงานเรื่องอื่น ๆ

การบริหารในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการจับผิดว่าใครเปิดอะไรอยู่บนหน้าจอ แต่ควรเริ่มจากการทำความคาดหวังให้ชัดก่อนว่า งานอะไรต้องเสร็จเมื่อไร คุณภาพระดับไหน ช่วงเวลาใดต้องพร้อมประสานงาน และผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร เพราะเมื่อมาตรฐานการทำงานชัด เราจะเริ่มแยกออกได้ว่า คนหนึ่งเพียงมีวิธีทำงานต่างจากเรา หรือพฤติกรรมนั้นกำลังกระทบผลงานจริง ๆ

ถ้าเขายังส่งงานได้ตามเวลา คุณภาพงานดี และรับผิดชอบหน้าที่ครบ การเห็น YouTube เปิดอยู่บนหน้าจออาจยังไม่ใช่หลักฐานว่าเขาบริหาร Attention ไม่ได้ แต่ถ้าดู TikTok หรือใช้โทรศัพท์จนงานล่าช้า ผิดพลาดซ้ำ ๆ ติดต่อไม่ได้ในเวลางาน หรือไม่สามารถจดจ่อกับงานตามที่จำเป็นได้ ตรงนั้นก็ไม่ใช่เพียงเรื่อง “สไตล์การทำงานส่วนบุคคล” อีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของ Performance และวินัยในการทำงานที่หัวหน้าต้องเข้าไปบริหาร

ในอีกด้านหนึ่ง องค์กรเองก็ควรจัดสภาพแวดล้อมที่ไม่ทำลาย Attention โดยไม่จำเป็น เช่น มี Communication Norms ว่าเรื่องไหนต้องตอบทันที เรื่องไหนรอได้ ช่องทางไหนใช้สำหรับเรื่องด่วน ลดการประชุมที่ไม่จำเป็น หรือมี Focus Block สำหรับงานที่ต้องใช้ความคิดโดยไม่คาดหวังให้ทุกคนตอบ Chat ภายในไม่กี่นาทีตลอดทั้งวัน

ส่วนคนทำงานก็ต้องรับผิดชอบ Attention ของตัวเองเช่นกัน อาจเป็นการปิด Notification บางประเภท วางโทรศัพท์ไว้ห่างตัวในช่วงที่ต้องใช้สมาธิ กำหนดเวลาค่อยกลับมาเช็กข้อความ หรือรู้จักหยุดตัวเองจากการเปิดสิ่งบันเทิงทุกครั้งที่รู้สึกเบื่องานตรงหน้า เรื่องเหล่านี้ดูเล็ก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ Professional Discipline เหมือนกับการมาตรงเวลา ส่งงานตามกำหนด หรือรับผิดชอบงานของตัวเอง

และถ้า Self-management ยังไม่เกิดขึ้น องค์กรก็ต้องช่วยพัฒนาและบริหารต่อ ไม่ใช่ปล่อยไปเรื่อย ๆ แล้วรอจนผลงานเสียค่อยบอกว่า “พนักงานไม่มีวินัย” หัวหน้าอาจเริ่มจาก Feedback ให้เห็นผลกระทบ ช่วยจัด Priority ตกลงวิธีทำงานและผลลัพธ์ที่คาดหวัง ติดตามเป็นระยะ และเมื่อพฤติกรรมนั้นกระทบงานอย่างต่อเนื่อง แม้ได้รับคำแนะนำและมีความคาดหวังที่ชัดเจนแล้ว ก็ต้องบริหาร Performance หรือวินัยตามระดับของปัญหา

เพราะฉะนั้น ทางออกของเรื่อง Attention จึงไม่ใช่การเลือกว่าจะโทษ “องค์กร” หรือ “พนักงาน”

องค์กรต้อง ออกแบบระบบที่เอื้อต่อสมาธิ

หัวหน้าต้อง บริหารเมื่อ Self-management ยังไม่เกิด

และคนทำงานต้อง รับผิดชอบต่อ Attention และวินัยของตัวเอง

47 วินาทีจึงไม่ได้น่าสนใจเพราะมันบอกว่ามนุษย์มีสมาธิสั้นแค่ไหน แต่น่าสนใจเพราะมันทำให้เราเห็นว่า ในโลกที่มีสิ่งพร้อมแย่ง Attention อยู่ตลอดเวลา สมาธิในการทำงานไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นเองอีกต่อไป แต่มันต้องถูกออกแบบ ฝึก และบริหาร

ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น

ทนายความ | วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ