กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฏหมายแรงงาน Archives - Page 56 of 76 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

” ไม่อยากเจอ ไม่อยากเห็นหน้า ” ให้ออกก่อนถึงกำหนดเวลาออก นายจ้างต้องจ่าย

นายจ้างให้ออกจากงาน “ก่อนครบกำหนดในใบลาออกของลูกจ้าง” ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง มีกรณีแฟนเพจสอบถามเข้ามาว่า “เราต้องการลาออกทำงานวันสุดท้าย วันที่ 30 ก.ค 2565 ก็เลยยื่นใบลาออกล่วงหน้าให้ HR ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค 2565 พอวันที่ 3 ก.ค 65 HR เรียกพบแล้วก็แจ้งให้ออกจากงานเร็วกว่ากำหนด ให้เราเขียนใบลาออกฉบับใหม่ ระบุลาออกวันที่ 3 ก.ค 2565 อย่างงี้ถือว่าเป็นเลิกจ้างไหมคะ?” คลินิกกฎหมายแรงงานขอให้ความเห็นว่า…ว่า ไม่อยากเจอ ทนไม่ได้ ไม่อยากเห็นหน้าจนถึงวันลาออก ก็ต้องจ่ายค่ะ!! นายจ้างจะให้ลูกจ้างออกก่อนกำหนดที่ลงในใบลาออกของลูกจ้าง โดยลูกจ้างไม่มีความผิด ก็มีผลทำให้ลูกจ้างเสียหายเพียงเท่าที่ไม่ได้รับค่าจ้างถึงวันที่ 30 ก.ค. 2565 ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่จะมีผลทำให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกก่อนกำหนด มีผลทำให้ลูกจ้างได้รับความเสียหายเท่าที่ไม่ได้รับค่าจ้างถึงวันที่ 30 ก.ค. 2565 นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าเสียหายเท่ากับค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ นับแต่วันให้ออกถึงวันที่ 30 ก.ค. 2565 ตามความประสงค์ของลูกจ้างเท่านั้น ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 10161/2551 นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานก่อนครบกำหนดในใบลาออกไม่ใช่การเลิก สัญญาจ้างสิ้นสุดลงเพราะการลาออกไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้าง ทั้งนี้เพราะลูกจ้างเป็นฝ่ายแสดงเจตนาขอบอกเลิกสัญญาจ้างก่อน...

แม้ขั้นตอนสืบสวนไม่ถูกต้อง หากทำผิดจริง นายจ้างเลิกจ้างได้

กับประเด็นเรื่องการสอบสวนวินัยไม่ถูกต้องตามระเบียบ เช่น ตั้งคณะกรรมการสอบสวนไม่ครบตามจำนวน สอบสวนเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด การสอบสวนดังกล่าวชอบหรือไม่ ? คลินิกกฎหมายแรงงานไปสืบค้นแนวคำพิพากษาของศาลมา ถ้าแฟนเพจพร้อมไปอ่านกัน แต่ถึงไม่พร้อมก็อ่านเถอะ ไล่ตอบรายคนสงสารเถอะ นิ้วจะล็อค ฎีกาที่ 411/2561 แม้นายจ้างจะแต่งตั้งอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ไม่ครบจำนวน 5 คน ตามระเบียบก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่าคณะอนุกรรมการดังกล่าวกลั่นแกล้งหรือจงใจสร้างข้อเท็จจริง ที่มิได้เกิดขึ้นจริง มาใส่ความลูกจ้าง เมื่อข้อเท็จจริง ลูกจ้างกระทำหน้าที่บกพร่องด้วยความประมาทอย่างร้ายแรง นายจ้างจึงเลิกจ้างได้โดยไม่จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งเงินบำเหน็จ แนวคำพิพากษาข้างต้นนั้น ศาลท่านเห็นว่าลูกจ้างกระทำความผิดจริง แม้จะแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่ครบจำนวนตามระเบียบ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าคณะกรรมการดังกล่าวกลั่นแกล้งหรือจงใจสร้างข้อเท็จจริงที่ไม่มิได้เกิดขึ้นมาใส่ความลูกจ้าง การสอบสวนนั้นชอบไม่เสียไป นายจ้างจึงเลิกจ้างได้ แต่ถ้าลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดจริง แล้วนายจ้างสอบสวนไม่ถูกต้องตามระเบียบ โดยคณะกรรมการมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เช่น สอบสวนเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดทำให้โจทก์เสียสิทธิประโยชน์ในการไม่ได้ปรับเงินเดือน ไม่ได้เงินโบนัส แบบนี้ก็ดูจะไม่เป็นธรรมกับลูกจ้าง คลินิกกฎหมายแรงงาน เห็นว่าลูกจ้างสามารถฟ้องคดีต่อศาลได้ รักนะจึงหามาให้อ่าน แต่ถ้าไม่อยากอ่าน หาคนอธิบายและดำเนินการแทนในทุกกระบวนความกฎหมาย ยันบรรยาย จ้างค่ะ ยังว่าง สนใจจ้างติดต่อ info@legalclinic.co.th

เนื่องจากกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาทดลองงานไว้ ดังนั้น นายจ้างจึงสามารถขยายระยะเวลาทดลองงานออกไปได้เรื่อยๆไม่มีกำหนด โดยไม่ผิดกฎหมายอย่างไรก็ตาม ที่เห็นๆกันว่า บริษัทส่วนใหญ่นิยมกำหนดระยะเวลาทอลองงานไว้ ไม่เกิน 119 วัน นั่นก็เพราะ กฎหมายแรงงาน มาตรา 118 ได้ระบุไว้ว่า หากครบ 120 วันแล้วจะเลิกจ้าง โดยลูกจ้าไม่มีความผิดตาม 119 แห่งพ.ร.บ คุ้มครองแรงงานฯ นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชย ดังนั้น การกำหนดช่วงทดลองไว้ 119 วัน จึงเป็นช่วงเวลาที่นายจ้างเกือบทุกที่ปฏิบัติ เพราะหากพนักงาน ไม่ผ่านทดลองงาน ก็เพียงบอกล่วงหน้าก่อนงวดการจ่ายค่าจ้างถัดไป ก็เลิกจ้างได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย มาตรา 119 แห่งพ.ร.บ คุ้มครองแรงงานฯ คือเหตุที่ทำให้นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ส่วนมาตรา 119 ว่ายังไง อ่านค่ะ!! นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ (1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนา แก่นายจ้าง (2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (3) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย อย่างร้ายแรง (4) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่ง ของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้...

ทำงานในลักษณะเดียวกัน ภายใน 2 ปี นับจากลาออก นายจ้างฟ้องได้ แต่…

เข้าใจความไม่สบายใจของลูกจ้าง ใจนึงก็ต้องการหางานใหม่ อีกใจก็กังวลสัญญาเดิม ทำยังไงดี ใครรู้สึกแบบนี้ วันนี้เรามีคำตอบค่ะ การที่นายจ้างกำหนดเงื่อนไขในสัญญาจ้างว่า เมื่อพ้นหน้าที่ตามสัญญาไม่ว่าดวยเหตุอะไร ลูกจ้างจะต้องไมาประกอบกิจการ ที่เป็นการแข่งขันกับนายจ้าง หรือไปทำงานให้คู่แข่งของนายจ้าง ในระยะเวลาที่กำหนด หาก ฝ่าฝืนต้องชำระค่าค่าเสียหายให้นายจ้างเป็นเงินตามอัตราที่กจำหนดไว้ “เงื่อนไขดังกล่าวใช้บังคับได้ค่ะ” (อ้างอิงตามคำพิพากษาฎีกาที่ 1275/2543) เพราะไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน “จึงไม่เป็นโมฆะ” แต่บังคับได้แค่ไหน และลูกจ้างต้องรรับผิดเท่าไหร่ต้องพิจารณา ตามข้อเท็จจริงแต่ละกรณี เช่น คำพิพากษาฎีกาที 2169/2557 ที่วินิจฉัยว่าห้ามมิให้ประกอบกิจการ หรือเข้าร่วมในการประกอบกิจการใดๆเอง ดังนั้น การที่ลูกจ้างเขาไปเป็นเพียงลูกจ้างของบริษัท ช. แม้บริษัทที่เป็นนายจ้างใหม่ จะเป็นบริษัทที่แข่งขันกับธุ รกิจของโจทก์ก็ตาม ก็ถือ “ไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบกิจการหรือเข้าร่วมในการประกอบกิจการ อันเป็นการแข่งขันกับธุรกิจของโจทก์ด้วยตนเอง จำเลยจึงไม่ได้ผิดสัญญา” ส่วนว่าต้องรับผิดกี่บาทนั้น ทั้งกรณีนายจ้างกำหนดไว้สูงปรี๊ดหรือฟ้องมาสูงมาก ฎีกาหลายๆ ฎีกาวางหลักไว้ว่า กรณีจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้นายจ้างเมื่อผิดข้อห้ามทำงานให้คู่แข่ง ถือเป็นค่า เสียหายที่กำหนดไว้ล่วงหน้า อันมีลักษณะเป็นค่าปรับ ซึ่งหากสูงเกินไป ศาลปรับลดได้ ซึ่งตรงนี้ศาลพิจารณาจากที่ความเสียหายของนายจ้างด้วย (คำพิพากษาฎีกาที่ 7364/2558) สรุป จะไปจะมาก็จบกันด้วยดี ฝั่งนึงก็ต้องรักษาความลับได้ได้ล่วงรู่มาจากการทางที่จ้างด้วย ไม่ว่าจะมีสัญญาหรือไม่ก็ตาม ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งตามความเหมาะสมและโอกาสในการเกิดความเสียหาย...

เช็คลิสต์ ” อาชีพและตำแหน่ง ” ที่ไม่มีสิทธิได้ OT

ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา นายจ้างต้องจ่ายค่าทำงานล่วงเวลาแก่ลูกจ้าง ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ม.61 แต่ก็ใช่ว่าลูกจ้างทุกคนจะมีสิทธิได้ค่าล่วงเวลานะ เพราะกฎหมายเค้ากำหนดว่าลูกจ้างซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่บางประเภทไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา (ม.65) วันนี้คลินิกกฎหมายแรงงานจึงจะพาผู้อ่านไปทราบกันว่าอาชีพและตำแหน่งอะไรที่ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา มีอะไรบ้าง (1) ลูกจ้างซึ่งมีอำนาจหน้าที่ทำการแทนนายจ้าง สำหรับกรณีการจ้าง การให้บำเหน็จ หรือการเลิกจ้าง ค่าล่วงเวลา (ลูกจ้างประเภทนี้ จะทำหน้าที่ในการบริหารและควบคุมบังคับบัญชาลูกจ้างอื่น ซึ่งมีลักษณะ เป็นนายจ้าง เมื่อเป็นนายจ้างแล้วก็ไม่ควรที่จะมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุด) อันนี้รายละเอียดเคยเขียนอธิบายไว้โดยละเอียด เดี๋ยวเอาลิ้งมาแปะในคอมเม้นให้ (2) งานเร่ขาย หรือชักชวนชื้อสินค้า ซึ่งนายจ้างได้จ่ายค่านายหน้าจาก การขายสินค้าให้แก่ลูกจ้าง (3) งานขบวนการจัดงานรถไฟ ซึ่งได้แก่งานที่ทำบนขบวนรถและงาน อำนวยความสะดวกแก่การเดินรถ (4) งานเปิดปิดประตูน้ำ หรือประตูระบายน้ำ (5) งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ (6) งานดับเพลิง หรืองานป้องกันอันตรายสาธารณะ (7) งานที่มีลักษณะ หรือสภาพต้องออกไปทำงานนอกสถานที่และโดย ลักษณะ หรือสภาพของงานไม่อาจกำหนดเวลาทำงานที่แน่นอนได้ ( งานอยู่เวรเฝ้าดูแลสถานที่ หรือทรัพย์สินอันมิใช่หน้าที่การทำงาน ปกติของลูกจ้าง (9) งานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินอันเป็นหน้าที่การทำงานปกติของลูกจ้าง...

ถึงเวลาเกษียณ ” ไม่เกษียณ ” ทำงานต่อไปเรื่อยๆจะเสียสิทธิเกษียณไหม ?

ถามสั้น ตอบยาววันนี้ ได้แก่ประเด็น.. “ กรณีที่นายจ้างกำหนดการเกษียณอายุไว้ แล้วลูกจ้างยังไม่ใช้สิทธิเกษียณยังทำงานต่อไปเรื่อย ๆ แบบนี้จะเสียสิทธิเกษียณหรือไม่ ??” คำตอบคือ “ไม่เสียสิทธิ” แต่ตอบสั้นไปเดี๋ยวจะคาใจ ดังนั้นขอขยายความนิดนึง ที่บอกว่าไม่เสียสิทธิ เพราะเมื่อครบกำหนดอายุเกษียณแต่นายจ้างยังคงให้ลูกจ้างทำงานต่อไป ถือเป็นการที่นายจ้างตกลงขยายระยะเวลาการเกษียณอายุออกไป ไม่ใช่เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุ ซึ่งมีแนวคำพิพากษาของศาล ตัดสินไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1617/2547 : ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้าง กำหนดให้พนักงานพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเมื่อเกษียณอายุเมื่อพนักงานมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นกรณีนายจ้างอนุมัติต่ออายุการจ้างแรงงานก่อนการเกษียณอายุ และพนักงานที่เกษียณอายุมีสิทธิได้รับค่าชดเชย การที่นายจ้างอนุมัติให้ลูกจ้างทำงานภายหลังจากมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว โดยมิได้จ่ายค่าชดเชยตามสิทธิให้แก่ลูกจ้างในขณะนั้น นอกจากจะเป็นการต่ออายุสัญญาจ้างแรงงานแล้ว ยังเป็นการตกลงขยายระยะเวลาการเกษียณอายุสำหรับลูกจ้างต่อไปด้วย มิใช่เป็นการสละสิทธิการเกษียณอายุ ต่อมาเมื่อ ลูกจ้างขอใช้สิทธิเกษียณอายุและนายจ้างอนุมัติ นายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง สำหรับการเกษียณอายุ นั้น หากนายจ้างกำหนดข้อบังคับเรื่องหลักเกณฑ์การเกษียณอายุไว้อย่างไรก็บังคับไปตามนั้น แต่ถ้าบริษัทไม่กำหนดหลักเกณฑ์การเกษียณอายุไว้หรือกำหนดการเกษียณอายุไว้เกินกว่า 60 ปี กฎหมายก็กำหนดไว้ว่า ลูกจ้างที่มีอายุเกินกว่า 60 ปี มีสิทธิแสดงเจตนาขอเกษียณอายุได้ และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับลูกจ้าง ด้วยรักและนิ้วล็อก สุดท้ายนี้ใครอยากใช้สิทธิทางกฎหมายต้องการทนายความไม่ว่าจะด้านแรงงานหรือด้านอื่นๆก็ติดต่อมาได้ที่ info@legalclinic.co.th #คลินิกกฎหมายแรงงาน #คดีแรงงาน...

หนังสือเวียนประกาศว่า ” ลูกจ้างพ้นสภาพแล้ว ” ทำได้หรือไม่

ในกรณีที่นายจ้างได้เลิกจ้างลูกจ้าง ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ๆ นายจ้างจะสามารถทำหนังสือเวียนแจ้งประกาศว่าลูกจ้างพ้นสภาพจากการทำงานได้หรือไม่ ?? คลินิกกฎหมายแรงงาน ขอตอบโดยแยกเป็น ประเด็นดังนี้ค่ะ 1.หากเนื้อหาใจความในหนังสือแจ้งเวียน มีรายละเอียดที่ระบุแค่ ชื่อ – สกุล , เคยดำรงตำแหน่ง, วันที่พ้นสภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อประกาศให้บุคคลทั่วไปหรือให้ลูกค้าทราบ เพื่อป้องกันการแอบอ้างในภายหน้า หรือเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดในกรณีที่ลูกค้าอาจจะทำการโอนเงินชำระค่าสินค้าต่าง ๆ ให้กับลูกจ้าง ผู้เขียนเห็นว่า นายจ้างก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ ภายใต้กรอบอันชอบธรรม 2. แต่ถ้าหนังสือแจ้งเวียน มีเนื้อหาจัดหนัก จัดเต็ม ชุดใหญ่ไฟกระพริบ เช่น นอกจากมีข้อมูล ชื่อ – สกุล รูปภาพ วันที่พ้นสภาพ แล้วยังระบุสาเหตุแห่งการเลิกจ้าง ว่าลูกจ้างได้กระทำการทุจริต ยักยอกเงินนายจ้าง เช่นนี้ นายจ้างอาจเสี่ยงที่จะต้องถูกดำเนินคดี เพราะแม้ว่าลูกจ้างจะได้กระทำความผิดจริง แต่ถ้าเนื้อหาในประกาศนั้นทำให้ลูกจ้างเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ก็อาจผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ซึ่งก็มีตัวอย่างจากข่าวดังเมื่อต้นปี เกี่ยวกับประเด็นเรื่องนายจ้างทำหนังสือแจ้งเวียนการพ้นสภาพเพราะเหตุว่าลูกจ้างไปสอบรับราชการ 3. นายจ้างโพสต์ประกาศแจ้งเวียนแบบนี้ ผิด PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) หรือไม่?? โดยหลักแล้วนายจ้าง...

ตัวอย่าง ” ข้อสัญญาที่ขัดกับกฎหมาย ” เซ็นไปก็เท่านั้น ” บังคับไม่ได้ “

ช่วงนี้มีคำถาม inbox เข้ามาเยอะมากเกี่ยวกับคำถามที่ว่า… “นายจ้างทำแบบนี้ได้หรือเปล่าคะ??” “ ออกกฎบังคับแบบนี้ได้ไหม ผิดกฎหมายรึเปล่า??” “ เขียนระเบียบแบบนี้ บังคับใข้ได้จริงห้รอ??” วันนี้คลินิกกฎหมายแรงงาน ได้มัดรวม ตัวอย่างข้อสัญญาที่ขัดกับกฎหมาย ที่แม้นายจ้างและลูกจ้างจะตกลงเซ็นกันไปเรียบร้อย ก็ไม่สามารถบังคับได้ มีอะไรบ้างนั้น เชิญเสพเลยค่ะ (หมายถึงเสพความรู้ ไม่ต้องลุกไปหยิบบุหรี่กันตอนนี้ เข้าใจนะ) 1. ข้อตกลงในสัญญาว่านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชย ข้อตกลงนี้ขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงงาน ม.17,118 เป็นโมฆะ (ฎ.569/47) 2. ตกลงในสัญญาว่าให้ลูกจ้างทำงานโดยไม่มีวันหยุดประจำสัปดาห์ ข้อตกลงนี้ขัดต่อ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ม.28 แม่ลูกจ้างเซนตกลงด้วยก็ เป็นโมฆะ (ฎ.7670/47) 3. ข้อตกลงในสัญญาว่าหากลูกจ้างตั้งครรภ์ให้ถือว่าลูกจ้างบอกเลิกสัญญาจ้าง เช่น นายจ้างเป็นบริษัทการบิน ลูกจ้างเป็นแอร์โฮสเตส ตกลงทำสัญญาจ้าง 2 ปี โดยในสัญญาระบุว่า หากพนักงานตั้งครรภ์ให้ถือว่าพนักงานได้บอกเลิกสัญญา ข้อตกลงนี้ขัดต่อพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.43 เป็นโมฆะ (ฎ.1394/49) 4. ข้อตกลงให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยที่ลูกจ้างไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ผลย่อมเป็นโมฆะ (ฎ.2499/37) 5....

” ไม่ผ่านโปรก็ฟ้องได้ ” ถ้า !!!!!

ในระบบการทำงาน แน่นอนว่าในแต่ละบริษัทย่อมต้องมีการกำหนดเกณฑ์การประเมินผลงาน เพื่อที่จะได้พิจารณาว่าศักยภาพในการทำงานของลูกจ้าง ว่าทำงานมีประสิทธิภาพหรือไม่หากทำงานไม่ได้ตามเกณฑ์ที่นายจ้างกำหนด นายจ้างก็อาจจะต้องเลิกจ้าง แต่มีแฟนเพจรายนึง บอกว่า เกณฑ์การประเมินนายจ้างไม่เคยแจ้ง ไม่ชัดเจน กรณีนี้ ถือว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไหม สำหรับประเด็นเรื่องถูกเลิกจ้างเพราะไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินผลการทำงาน จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมได้หรือไม่นั้น ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ เพราะหากไม่ใช่การพิจารณาตามจริงแล้วว่าไม่เหมาะที่จะทำงานร่วมกันต่อ แต่เป็นการที่นายจ้างประเมินโดยไม่เป็นธรรม ก็อาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ดี เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม มีหลักพิจารณา ด้งนี้ค่ะ 1. ลูกจ้างในตำแหน่งเดียวกัน สายงานเดียวกัน ต้องใช้หลักเกณฑ์การประเมินเดียวกัน ไม่ใช่ไม่พอใจคนไหนก็จะแกล้งประเมินไม่ผ่านเพื่อที่จะเลิกจ้าง อันนี้ไม่ได้นะคะ ต้องระวัง 2. นายจ้างต้องให้เหตุผลได้ว่า ลูกจ้างไม่ผ่านเกณฑ์เพราะอะไร และเหตุนั้นถึงขนาดหรือจำเป็นจนจะต้องเลิกจ้างหรือไม่ เช่น ลูกจ้างทำงานผิดพลาด เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง อันนี้ผู้เขียนเห็นว่าประเมินให้ไม่ผ่านเกณฑ์และเลิกจ้างได้ แต่ถ้าไม่ร้ายแรงอันนี้ก็ต้องมีหนังสือเตือน และให้โอกาสลูกจ้างได้พัฒนาหรือปรับปรุงตัวเองจะเลิกจ้างเลยไม่ได้ (มีแนวคำพิพากษาของศาล ตามฎีกาที่ 2832-2833/2546 พิจารณาว่า การที่นายจ้างกำหนดหลักเกณฑ์ประเมินผลการปฏิบัติงาน และประเมินว่าลูกจ้างมีคะแนนต่ำสุดของหน่วยงาน โดยไม่ปรากฎว่าลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ดี หรือทำงานให้กับนายจ้างได้รับความเสียหายหรือไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเลิกจ้าง จึงไม่มีเหตุอันสมควรและเพียงพอถึงขนาดที่นายจ้างจะเลิกจ้างลูกจ้าง) 3. ถ้าเลิกจ้างโดยอ้างว่าผลงานไม่ดี แม้จะทำงานไม่มีประสิทธิภาพอยู่บ้างแต่ถ้ายังอยู่ในเกณฑ์ ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม เทียบเคียงคำพิพากษาตามฎีกาที่ 6774/2548 พิจารณาว่า การเลิกจ้างโดยอ้างว่าผลงานไม่ดี...

นายจ้าง” ขอลดค่าจ้าง ” เมื่อไม่ตกลงด้วยจึง ” เลิกจ้าง” แบบนี้ฟ้องได้ 100%

วันหยุดวันสุดท้าย เตรียมใจสำหรับวันจันทร์รึยัง แต่ไม่ว่าจะวันไหนเพจเราก็มีสาระความรู้มาฝากทุกวัน โดยวันนี้คำถามที่นำมาแชร์ เป็นเหตุที่เกิดขึ้นจริงกับแฟนเพจของเราและได้ inbox เข้ามาถาม ก็ขออนุญาตนำมาตอบ เผื่อใครที่เจอสถานการณ์เดียวกันจะได้จัดการและแก้ไขปัญหาได้ถูกค่ะ กับกรณีที่นายจ้างขอลดค่าจ้างลูกจ้าง อาจจะด้วยเหตุผลนายประสบปัญหาขาดทุน ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการประกอบกิจการ เพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้ เมื่อนายจ้างมาคุยกับลูกจ้าง แต่ปรากฏว่าลูกจ้างไม่ยินยอมให้ลดค่าจ้าง ก็เลยเลิกจ้างซะเลย กรณีแบบนี้ ลูกจ้างมีสิทธิอย่างไร จะฟ้องนายจ้างได้หรือไม่ อย่างไร ผายมือให้อ่านเลยค่ะ 1. ประเด็นเรื่องลดค่าจ้าง ลดเงินเดือน อันนี้นายจ้าง “ไม่สามารถทำได้ หากลูกจ้างไม่ตกลงยินยอม” เพราะการลดค่าจ้าง ลดเงินเดือน เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง นายจ้างจะเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างโดยลูกจ้างไม่ยินยอมไม่ได้ เว้นแต่ เป็นการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เป็นคุณ จึงจะไม่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง 2.ประเด็นเลิกจ้างเพราะเหตุลูกจ้างไม่ยอมลดค่าจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ เงินสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (หากไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย) เงินค่าชดเชย ตามอายุการทำงานใครอยากรู้ว่าตนเองได้เท่าไหร่ไปเปิดดูพรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตา 118 ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนตามส่วนในปีที่เลิกจ้าง ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนสะสม (ถ้ามี) เงินค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม (อันนี้ต้องไปฟ้อง ศาลแรงงาน) 3. หากลูกจ้างประสงค์จะฟ้องนายจ้าง ก็สามารถฟ้องเรียกให้นายจ้างจ่ายเงินให้ตามข้อ 2. ได้ อย่างที่เคยบอกไปนะคะ แม้ว่าฝ้ายและทีมงานจะเป็นทนายความ...