hrกฎหมายกฏหมายแรงงานคลินิกกฎหมายแรงงานฎีกาคดีแรงงานทนายคดีแรงงานนายจ้างลูกจ้างวิทยากรกฎหมายแรงงานต้องรอให้บริษัทเจ๊งก่อน ถึงจะเลิกจ้างเพื่อลดคนได้จริงหรือ
#เช็กก่อนเชื่อ ต้องรอให้บริษัทเจ๊งก่อน ถึงจะเลิกจ้างเพื่อลดคนได้จริงหรือ? มีความเข้าใจหนึ่งที่ต้องแยกให้ชัดก่อนค่ะว่า ต่อให้บริษัทขาดทุนหนัก ปิดกิจการ หรือถึงขั้นล้มละลาย นายจ้างก็ยังมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายอยู่ เพราะค่าชดเชยเป็นสิทธิที่เกิดจากการที่นายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง ไม่ได้หายไปเพียงเพราะกิจการมีปัญหาทางการเงิน เว้นแต่ลูกจ้างจะมีความผิดตามมาตรา 119 แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาแยกออกมาต่างหาก คือ ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการเลิกจ้าง จึงไม่ควรสรุปรวมกันว่า เมื่อบริษัทขาดทุนหรือปิดกิจการแล้ว นายจ้างต้องจ่ายทั้งค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเสมอไป เพราะแม้นายจ้างยังมีหน้าที่จ่ายค่าชดเชย แต่หากพิสูจน์ได้ว่าการเลิกจ้างเกิดจากความจำเป็นทางธุรกิจที่มีอยู่จริง มีเหตุผลเพียงพอ มีการใช้มาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม และไม่ได้เลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งลูกจ้าง การเลิกจ้างนั้นก็อาจเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมได้ ในทางกลับกัน คำว่า “ขาดทุน” หรือ “จะปิดกิจการ” ก็ไม่ได้ทำให้การเลิกจ้างเป็นธรรมโดยอัตโนมัติ ศาลยังต้องพิจารณาว่าขาดทุนจริงหรือไม่ ขาดทุนมากน้อยและต่อเนื่องเพียงใด นายจ้างได้พยายามใช้มาตรการอื่นก่อนเลิกจ้างหรือยัง และเหตุใดจึงเลือกเลิกจ้างลูกจ้างรายนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดว่า นายจ้างต้องนั่งรอจนกิจการเจ๊ง เงินหมด หรือไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้เสียก่อน จึงจะเริ่มปรับโครงสร้าง ลดจำนวนพนักงาน หรือเลิกจ้างเพราะความจำเป็นในการบริหารงานได้ แต่ในทางกลับกัน นายจ้างก็ไม่อาจหยิบคำว่า “ขาดทุน” “ปรับโครงสร้าง” หรือ “ลดต้นทุน” มาใช้เป็นถ้อยคำสำเร็จรูป แล้วเลิกจ้างใครก็ได้ตามใจชอบ เรื่องนี้ต้องกลับไปดูหลักของ มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ....










