กฎหมายกฎหมายอาญากฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง ?
ผ่อนรถไม่ไหว คืนไปแล้ว แต่ทำไมยังถูกฟ้อง เห็นพูดมาหลายคนว่า ถ้าผ่อนไม่ไหวคืนก่อนเลยก่อนไฟแนนซ์มายึด เท่านั้นก็จบ !! . . ไม่ใช่แน่นอน เพราะหลักการคือ ไฟแนนซ์ให้ยืมเงินไปซื้อรถแล้วผ่อนคืน โดยมีรถที่เราขับขี่นั่นแหละค้ำเอาไว้ พอเราไม่สามารถผ่นได้ตามที่ตกลงกัน ไม่ว่าไฟแนนซ์ก็เอารถคืนกลับไป หรือเราเอารถไปคืนที่ไฟแนนซ์เอง ไฟแนนซ์ก็จะรับไว้ จากนั้นก็ทำการขายทอดตลาด เมื่อขายได้เท่าไหร่ก็หักลบหนี้ที่มีตามสัญญาเช่าซื้อ ขาดเท่าไหร่ก็เป็นส่วนต่างความเสียหายที่เกิดกับไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์จึงมีสิทธิฟ้องแน่นอน แต่หลายๆครั้งที่ไฟแนนซ์ แพ้ในคดีเรียกค่าส่วนต่างเพราะอะไร เพราะในการขายทอดตลาด ไฟแนนซ์จะต้องประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งมี 2 ข้อ หลักๆ คือ 1.ต้องแจ้งล่วงหน้าให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกัน(ถ้ามี) เป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 7 วัน 2.ขายโดยวิธีประมูล หรือขายทอดตลาดที่เหมาะสม ซึ่งหากไฟแนนซ์ปฎิบัติไม่ถูกต้อง หรือ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าเป็นการขายทอดตลาดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้เช่าซื้อจึงจะไม่ต้องจ่ายค่าส่วนต่างของหนี้ที่เหลืออยู่ แต่ในทางกลับกัน ถ้าไฟแนนซ์ทำครบแล้วขั้นตอนแล้ว โอกาสที่ชนะคดีและผู้ช่าซื้อจะต้องจ่ายส่วนต่างก็มีสูง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2560 “การเรียกค่าขายรถที่เช่าซื้อไปแล้วขาดทุนนั้นคดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดในค่าขาดราคาหรือไม่ เพียงใด โดยศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงยุติว่า 1 โจทก์ไม่ได้แจ้งการประมูลรถยนต์ที่เช่าซื้อให้จำเลยทั้งสองทราบ และ 2 โจทก์ไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความว่า...










