กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฎหมาย Archives - Page 44 of 50 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

เลิกจ้างเพราะลูกจ้างพูดไม่เพราะ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม!!

เลิกจ้างเพราะลูกจ้างพูดไม่เพราะ เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม!! ใครที่ชอบเห็นทนายฝ้ายใสๆ ไม่วีนให้ข้ามโพสต์นี้ไปเลย.. เตือนไว้ก่อนไม่อยากให้เห็นเราในมุมที่เราไม่น่ารัก… เรื่องของเรื่องคือ อ่าน inbox นายจ้างเจ้านี้ แล้วก็ปวดหัว ไทลินอลสองเม็ดยังเอาไม่อยู่ กับประเด็นที่ปรึกษาว่าลูกจ้างใช้ถ้อยคำในอีเมลดูไม่ให้เกียรติไม่เหมาะสมกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาเลิกจ้างได้ไหม เลิกจ้างแล้วต้องจ่ายค่าชดเชยหรือเปล่า?? ก็ว่าจะไม่ตอบแล้วนะ แต่พอส่งรูปอีเมล มาให้ดู ลูกจ้างส่งเมล์มาหานายจ้าง ว่ายัง เลยขอมาโพสให้ความเข้าใจ โดยทั่วกัน เผื่อใครเจอกรณีเดียวกันแบบนี้ ลูกจ้างอีเมลมาว่า “ หนูคิดว่าถ้ากำหนดแนวทางการทำงานแบบนี้ ก็จะทำให้การทำงานยิ่งล่าช้าไม่ตอบโจทย์กับนโยบายบริษัท และไม่ตอบโจทย์ลูกค้าผู้ใช้งาน .. หนูคิดว่าบริษัทเราควรปรับปรุงในเรื่องดังนี้ …” ข้อความข้างบนเป็นข้อความโดยยอดที่นายจ้างแคปมาให้ดู แล้วบอกว่าลูกจ้างพิมพ์เมล์มาบอกแบบนี้พร้อมกับ cc คนอื่นดูเหมือนเป็นการดูถูกผู้บังคับบัญชากระด้างกระเดื่อง อยากเลิกจ้างแต่ไม่แน่ใจว่าต้องจ่ายค่าชดเชยไหม เธอ…เธอสงบสติอารมณ์แล้วฟังฉันนะ นี่มันหมดยุคทาสแล้ว ธาตุเดียวที่เหลือคือยาธาตุแก้ท้องอืดท้องเฟ้อเท่านั้น การที่ลูกจ้างแสดงความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาแม้จะใช้ค่อยคำที่เป็นภาษาพูดไม่ใช่ภาษาเขียนอย่างที่ควรจะเป็นแต่ก็เป็นการเสนอแนะให้นายจ้างปรับปรุงการทำงานโดยมาจากมุมมองความคิดของลูกจ้างในตำแหน่งดังกล่าวมันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เกิดความเสียหายกับบริษัทที่จะเป็นเหตุเลิกจ้างได้อ่ะ นอกจากความเห็นของแล้วฉันก็ไปพลิกแผ่นดินหาฎีกามาให้เธอ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงในทำนองเดียวกันกรณีที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างเพราะลูกจ้างทำรายงานโดยใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมโดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3820 / 2528 ได้พิพากษาไว้ว่าการที่ลูกจ้างใช้ภาษาพูดธรรมดาที่ชาวบ้านใช้ในการที่แนะนำให้ในจ้างปรับปรุงวิธีการทำงานการกระทำดังกล่าวไม่เป็นการกระทำผิดต่อข้อบังคับการทำงานนายจ้างอันจะพึงลงโทษทางวินัยและในจ้างก็ไม่รับความเสียหายจากการกระทำของลูกจ้างโดยตรงที่อาจเกิดมีขึ้นหากจะมีก็มีแต่เพียงความไม่สบายใจของผู้ร่วมปฏิบัติงานหรือผู้บังคับบัญชาเท่านั้น หากนายจ้างออกสาเหตุนี้มาเลิกจ้างจึงถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เฮ้อออ เหนื่อย

การเยียวยาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลจะสั่งให้รับกลับเข้าทำงานอาจให้นับอายุงานเดิมต่อได้

การเยียวยาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลจะสั่งให้รับกลับเข้าทำงานอาจให้นับอายุงานเดิมต่อได้ ถ้าเป็นลูกเพจกันจริงต้องเคยอ่านเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมกันมาบ้างแล้วล่ะ (มั้ง) ทวนอีกที!!! ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมนี้ไม่ใช่ค่าเสียหายที่กฎหมายกำหนดไว้ตามอายุการทำงานเหมือนค่าชดเชย แต่เป็นดุลพินิจของศาลที่จะดูว่าการเลิกจ้างนั้นไม่เป็นธรรมหรือไม่ และลูกจ้างได้รับความเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอย่างไร หากศาลแรงงานเห็นว่านายจ้างเลิกจ้างไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง ศาลอาจสั่งนายจ้าง 1) รับกลับเข้าทำงานตำแหน่งหน้าที่เดิมหรือไม่ต่ำกว่าเดิม และ เงินเดือนเท่าเดิม 2) ใช้ค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่กรณีให้รับกลับเข้าทำงาน อาจให้นับอายุงานเดิมต่อได้แต่จะให้นับอายุงานในระหว่างถูกเลิกจ้างจนรับกลับเข้าทำงานด้วยไม่ได้!!! ฎีกา 6719/2558 ศาลแรงงานมีคำสั่งให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน แม้มิได้กำหนดให้นับอายุงานต่อเนื่องไว้ แต่ตามผลรูปคดีย่อมแสดงว่าเป็นการสั่งให้รับกลับเข้าทำงานต่อไปในฐานะเดิมก่อนการเลิกจ้าง แต่จะนับระยะเวลาตั้งแต่วันเลิกจ้างถึงวันที่รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานรวมเข้าเป็นอายุงานด้วยไม่ได้ เพราะระหว่างนั้นลูกจ้างไม่ได้ทำงานให้นายจ้าง คงนับอายุงานใหม่ต่อกับอายุงานเดิมที่คำนวณถึงวันก่อนวันเลิกจ้างได้เท่านั้น

ค่าคอมมิชชั่น ถือว่าเป็นค่าจ้างหรือส่วนหนึ่งของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ?

ค่าคอมมิชชั่น ถือว่าเป็นค่าจ้างหรือส่วนหนึ่งของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงานหรือไม่ ? คลินิกกฎหมายแรงงานขอให้ความเห็นดังนี้ ค่าคอมมิชชั่น จะถือว่าเป็นค่าจ้างถ้าเข้าลักษณะดังต่อไปนี้ 1. นายจ้างจ่ายเป็นเงินหรือสิ่งของ 2. คิดคำนวณเอาจากผลของการทำงาน เช่น เป็นเซลล์ขายรถยนต์ นายจ้างกำหนดค่าคอมมิชชั่นให้คันละ 5,000 ลูกจ้างขายได้ 2 คัน ก็ได้ค่าคอม 10,000 บาท เป็นต้น 3. จะต้องอาศัยการทำงานหรือผลงานโดยตรง เช่น จะต้องนำสินค้าไปขายและขายได้เท่านั้น จึงจะได้ค่าคอมมิชชั่น ถ้าขายไม่ได้ก็ไม่ได้ค่าคอมมิชชั่น 4. มีแบบแผนและการคำนวณที่แน่นอน เป็นทางการ ดังนั้น หากค่าคอมมิชชั่นที่นายจ้างจ่ายในลักษณะที่เป็นการจูงใจ เช่น ถ้าลูกจ้างสามารถขายสินค้าได้จำนวน 10 ชิ้น ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้ค่าคอมมิชชั่น 30,000 บาท หากลูกจ้างขายสินค้าได้ไม่ถึง 10 ชิ้น ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ได้ค่า คอมมิชชั่น ลักษณะนี้ไม่ถือว่าค่าคอมมิชชั่นเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน

ให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกไว้ล่วงหน้า ไม่มีผลเป็นการลาออก แต่เป็นการเลิกจ้าง

ให้ลูกจ้างเขียนใบลาออกไว้ล่วงหน้า ไม่มีผลเป็นการลาออก แต่เป็นการเลิกจ้าง วันนี้ได้รับสายจากฝ่ายบุคคลของบริษัทหนึ่ง โทรมาปรึกษาด้วยความไม่สบายใจ เนื่องมาจากว่า นายจ้างบอก HR ว่า “ในวันเซ็นสัญญาจ้าง ก็ให้เค้าเซนใบลาออกไว้ล่วงหน้าเลย ไม่ต้องกรอกวันที่ มีปัญหา หรือทำงานไม่ลงตัว เราก็กรอกวันที่ เรียกเค้ามารับทราบ เป็นการลาออกด้วยลายมือลูกจ้างเอง ลูกจ้างไม่สามารถเรียกค่าชดเชยได้” ในกรณีเช่นนี้ ถ้าเกิดในการนำสืบลูกจ้างมีหลักฐานมานำสืบได้ว่าลูกจ้างได้เซ็นใบลาออกนั้นไว้ล่วงหน้า ใบลาออกนั้นไม่มีผลเป็นการลาออกแต่เป็นการเลิกจ้าง หากอ้างอิงจากหนังสือการเลิกจ้าง ของอาจารย์พงศ์รัตน์ เครือกลิ่น ได้มีประเด็นใกล้เคียงกันในเรื่องดังกล่าวกล่าวคือ ลูกจ้างมาฟ้องว่านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จึงฟ้องร้องขอเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แต่นายจ้างก็บอกว่าลูกจ้างเป็นผู้ลาออกเอง โดยในคดีดังกล่าวศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ในระหว่างทำงานลูกจ้างมีการเปลี่ยนชื่อโดยมีหลักฐานการเปลี่ยนชื่อมาแสดง ปรากฏว่าชื่อที่ลงไว้ในใบลาออกเป็นชื่อเดิมก่อนเปลี่ยนชื่อใหม่ จึงน่าเชื่อได้ว่านายจ้างให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อไว้ในใบลาออกในขณะเข้าทำงานจริง เพราะปกติบุคคลมีชื่อใดก็ย่อมลงชื่อของตนในขณะนั้นจะไม่นำชื่อในอดีตหรืออนาคตมาลงไว้ แนะนำจากใจเลยนะ กรณีที่ทำงานร่วมกันไม่ได้ แนะนำให้ตกลงคุยกันดีดีถ้าไม่สามารถจ่ายตามสิทธิ์สิทธิ์ที่ลูกจ้างพึ่งได้รับตามกฏหมายก็ขอผ่อนจ่ายหรือตกลงร่วมกันไม่ใช่ไปบังคับขู่เข็ญหาช่องว่างทางกฎหมายหรือวิธีการอื่นใดที่จะไม่ต้องจ่าย …ใจเขาใจเรานะ ..

ลูกจ้างได้รับทุนจากนายจ้าง แต่โดนเลิกจ้างก่อนครบกำหนดใช้ทุน ลูกจ้างยังคงต้องใช้ทุนให้แก่นายจ้างอยู่หรือไม่?

ลูกจ้างได้รับทุนจากนายจ้างแต่โดนเลิกจ้างก่อนครบกำหนดใช้ทุน ลูกจ้างยังคงต้องใช้ทุนให้แก่นายจ้างอยู่หรือไม่??? มีหลายๆบริษัทที่มีทุนให้ลูกจ้างไปศึกษาดูงาน/เรียนต่อเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อกลับมาลูกจ้างยังคงต้องทำงานกับนายจ้างต่อไปอีก…ปี เพื่อใช้ทุนที่นายจ้างออกให้ ปัญหาคือ ถ้าสมมุติว่าลูกจ้างไม่ได้อยากลาออก แต่กลับถูกนายจ้างเลิกจ้างเอง กรณีแบบนี้ลูกจ้างยังคงต้องใช้ทุนให้แก่นายจ้างอยู่หรือไม่ เพราะไม่ใช่ความผิดของเรา กรณีนี้ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1. สัญญาจ้างแรงงาน 2. สัญญารับทุน กรณีแรกก่อน คือ สัญญาจ้างแรงงาน กรณีเป็นสัญญาจ้างโดยไม่กำหนดระยะเวลา เมื่อไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ การจะเลิกสัญญาต่อกันย่อมเป็นสิทธิของทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อนายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญา จึงต้องปฎิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก็คือการจ่ายเงินค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และเมื่อได้จ่ายเงินครบถ้วนแล้ว ความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง ก็ยุตินับแต่วันเลิกจ้างมีผล ดังนั้น สัญญาฉบับนี้ จึงไม่เกี่ยวข้องกับระยะเวลาตามสัญญารับทุน กรณีที่สอง คือ สัญญารับทุน เป็นข้อตกลงในการให้ทุนและให้ลูกจ้างกลับมาใช้ทุนโดยการทำงานกับนายจ้างตามระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่เมื่อนายจ้างมาเลิกจ้างก่อน ถือว่าลูกจ้างไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่เป็นนายจ้างที่เป็นฝ่ายบอกเลิกจ้างและไม่ติดใจในเรื่องสัญญาตามกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ดังนั้น ลูกจ้างจึงไม่ต้องใช้ทุนตามกำหนดและไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับนายจ้าง อย่างไรก็ตาม ข้อกฎหมายดังกล่าวข้างต้นไม่สามารถปรับใช้ได้กับทุกกรณีไป หากข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไป ข้อกฎหมายที่นำมาใช้ก็จะเปลี่ยนแปลงด้วย เช่น หากมีข้อเท็จจริงว่าลูกจ้างถูกเลิกจ้างตาม ม.119 พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ กรณีเช่นนี้ผลก็จะเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน หากนายจ้างหรือลูกจ้างคนใดกำลังประสบปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้

“หมิ่นประมาท” คืออะไร ความผิดแบบไหนเข้าหมิ่นประมาณ

กลายเป็นคำติดปากไปแล้วกับการบอกว่า “เดี๋ยวจะฟ้องหมิ่นประมาท” ทั้งๆที่บางความผิดไม่เข้าองค์ประกอบของการหมิ่นประมาทด้วยซ้ำ วันนี้เลยจะนำมาแชร์ว่าความผิดหมิ่นประมาทต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ? “หมิ่นประมาท” คือ การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง -การใส่ความ ข้อความที่กล่าวแม้จะเกิดจากการตอบคำถามผู้อื่น ก็เป็นการใส่ความแล้ว ผิดฐานหมิ่นประมาทได้ -การใส่ความ ต้องเป็นการยืนยันข้อเท็จจริง จะเป็นความจริงหรือความเท็จก็ได้ การกล่าวข้อความที่ได้รับบอกเล่ามา เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง -สำหรับข้อความจะเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ ต้องพิจารณาตามความรู้ของวิญญูชนทั่วๆ ไป มิใช่ความรู้สึกของผู้ถูกดูหมิ่นแต่ฝ่ายเดียว -การแจ้งความเท็จว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น เพื่อแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษ นอกจากเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ ยังเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วย -การใส่ความนั้น ต้องมีการระบุตัวผู้อื่นที่ถูกใส่ความว่าเป็นใคร หรือเป็นที่เข้าใจได้ว่าหมายถึงบุคคลใด -ความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องเป็นการเจตนาใส่ความต่อบุคคลที่สาม “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา “หมายถึง การกระทำใดๆ ที่ทำให้ข้อเท็จจริงนั้นแพร่หลายไปยังบุคคลภายนอกในลักษณะวงกว้าง และเป็นความผิดสำเร็จทันทีที่มีการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ หรือโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊ค นั้น

แอบอัดเสียงไว้ก็ใช้เป็นพยานในชั้นศาลได้ !!

แอบอัดเสียงไว้ก็ใช้เป็นพยานในชั้นศาลได้!! หลายคนคงเคยได้ยิน หรือเข้าใจว่าการแอบบันทึกเทป บันทึกภาพเคลื่อนไหว หรือบันทึกเสียงในขณะที่มีการสนทนากัน โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้นั้น เป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบ และนำไปใช้ในศาลไม่ได้ แต่อีกหลายคนที่เคยขึ้นศาลกลับบอกว่าได้สิ!! ฉันก็เคยใช้มาก่อน!! ซึ่งเป็นประเด็นที่น่า สนใจว่าสรุป การแอบบันทึกเทปภาพเคลื่อนไหวในขณะที่มีการสนทนากัน สามารถใช้เป็นประเด็นในชั้นศาลได้หรือไม่ FINDMYLAWYER​ ขอไขข้อข้องใจแบบนี้ค่ะ กฎหมาย ป.วิ.อ. มาตรา 226​ กำหนดว่า ห้ามศาลรับฟัง การแอบบันทึกเทปหรือภาพเคลื่อนไหวในขณะที่มีการสนทนากันจริง!! แต่การห้ามดังกล่าว ห้ามนำมาใช้บังคับเฉพาะกรณีเจ้าพนักงานของรัฐที่แอบบันทึกเทป บันทึกภาพเคลื่อนไหว หรือบันทึกเสียงเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันมิให้เจ้าพนักงานของรัฐใช้วิธีการแสวงหาพยานหลักฐานโดยมิชอบนั่นเอง ( แต่ก็มีข้อยกเว้นนะ ต่อให้เจ้าหน้าที่รัฐแอบบันทึกเทปบันทึกภาพเคลื่อนไหวจริง แต่หากศาลมองว่า หลักฐานนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความยุติธรรมมากกว่าผลเสีย ก็สามารถนำหลักฐานมาใช้ได้)​ ส่วนที่ประชาชนแอบบันทึกภาพ บันทึกภาพเคลื่อนไหวและเสียง หรือบันทึกเสียงอย่างเดียว ประชาชนยังสามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ ไม่ถือว่าเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานโดยไม่ชอบ ติดต่องาน Info@legalclinic.co.th #Findmylawyer #แอบอัดเสียง #อัดเสียง #พยาน

นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างเกิน ลูกจ้างต้องคืนไหม ?

นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างเกิน ลูกจ้างต้องคืนไหม ? เอ๊ะ! ทำไมเดือนนี้ได้เงินเดือนเยอะกว่าปกติ !!! ในกรณีที่นายจ้าง หรือ HR ซึ่งมีหน้าที่คำนวนจ่ายเงินเดือนให้ลูกจ้าง คำนวนผิดพลาด เข้าใจผิดหลงโอนเงินเดือนมาให้เกิน ลูกจ้างก็ต้องคืนให้แก่นายจ้าง!!! จะยึดไว้โดนอ้างว่าเป็นความผิดของนายจ้างหรือ HR ที่ต้องรับผิดชอบเองไม่ได้ !!! กรณีนี้ถือว่าเป็น ”ลาภมิควรได้” ต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่เจ้าของ คือ นายจ้าง ดังนั้น ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับเงินส่วนที่จ่ายเกินสิทธิจำนวนดังกล่าว หากลูกจ้างไม่ยอมคืน นายจ้างสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ เนื่องจากถือว่าทราบข้อเท็จจริงมาโดยตลอดแต่ไม่ยอมคืนเงินแก่นายจ้างอาจเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ หรือสามารถฟ้องศาลแรงงานเรียกเงินค่าจ้างจำนวนที่จ่ายเกินคืนได้และต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้ว่ามีสิทธิเรียกเงินคืนด้วยนะ ฎีกาที่ 5442-5468/2548 เงินบำเหน็จในส่วนต่างที่นายจ้างจ่ายเกินไปอันเกิดจากการคำนวณตามระเบียบว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ.2536 ที่ลูกจ้างทั้งยี่สิบหกและนาย จ.ได้รับจากนายจ้าง ย่อมเป็นการได้ไปซึ่งทรัพย์เพราะการที่นายจ้างกระทำเพื่อชำระหนี้โดยปราศจากมูลอันจะอ้างตามกฎหมายได้ และเป็นทางให้นายจ้างเสียเปรียบจึงเป็นลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 ดังนั้น อายุความในการฟ้องเรียกคืนบำเหน็จที่นายจ้างจ่ายเกินไปและจะต้องคืนกันเป็นจำนวนเท่าใดย่อมเป็นไปตามบทบัญญัติในเรื่องลาภมิควรได้ดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยมา กรณีมิใช้ลูกจ้างทั้งยี่สิบหกและนาย จ.ได้ยึดถือเงินบำเหน็จส่วนที่เกินไว้โดยไม่มีสิทธิอันจะทำให้นายจ้างสามารถติดตามเอาคืนได้ทั้งหมดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

นายจ้างต้องรู้ !! การเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงาน ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ?

นายจ้างต้องรู้ !!!!! การเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงาน ต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ? โดยปกติในสัญญาจ้างทั่วไปจะมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการทดลองงานเป็นระยะเวลา 120 วัน ลูกจ้างทดลองงานก็ถือเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งหากทำงานครบ 120 วัน (ถึง 1 ปี) จะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้าง 30 วัน กรณีถูกเลิกจ้าง ซึ่งหากลูกจ้างทดลองงานทำงานไม่ถึง 120 วัน ก็จะไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย นายจ้างต้องการเลิกจ้างลูกจ้างทดลองงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องทำอย่างไร ตอบ : หากนายจ้างประเมินแล้วว่าลูกจ้างทดลองงานไม่ผ่านทดลองงาน นายจ้างต้องบอกกล่าวการเลิกจ้างต่อลูกจ้างทดลองงานก่อนที่จะครบกำหนดระยะเวลา 120 วัน แต่อย่างไรก็ดีนายจ้างควรที่จะบอกกล่าวการเลิกจ้างก่อนอย่างน้อย 1 เดือนก่อนครบกำหนดระยะเวลาทดลองงาน มิฉะนั้นนายจ้างจะต้องจ่ายค่าเสียหายจากการไม่บอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ) ให้แก่ลูกจ้างเป็นจำนวนเงินเท่ากับค่าจ้างในอัตราที่ลูกจ้างได้รับอยู่อัตราสุดท้ายด้วย

พนักงานลักขโมยทรัพย์สินบริษัทฯ แต่บริษัทฯ ยังไม่อยากเลิกจ้างเพราะสงสาร บริษัทฯ จะเตือนพนักงานก่อนเพื่อให้โอกาสปรับปรุงตนเอง แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นแล้วค่อยเลิกจ้าง แบบนี้ทำได้ไหม???

พนักงานลักขโมยทรัพย์สินบริษัทฯ แต่บริษัทฯ ยังไม่อยากเลิกจ้างเพราะสงสาร บริษัทฯ จะเตือนพนักงานก่อนเพื่อให้โอกาสปรับปรุงตนเอง แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นแล้วค่อยเลิกจ้าง แบบนี้ทำได้ไหม??? เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ได้ยินบ่อยๆ จากเหล่า HR ว่า กรณีมีลูกจ้างขโมยทรัพย์สินบริษัทฯ เแต่ยังไม่อยากเลิกจ้างเลยเพราะสงสาร ไม่อยากตัดอนาคตลูกจ้าง เลยอยากลองให้โอกาสพนักงานก่อน ขอเตือนไว้ก่อนได้ไหมแล้วถ้าไม่ดีขึ้นค่อยมาเลิกจ้างโดยอ้างเหตุนี้ทีหลังได้ไหม??? การลักทรัพย์ถือเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 334 ประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงการลักทรัพย์นายจ้างเป็นเหตุฉกรรจ์ที่ทำให้ผู้กระทำความผิดต้องได้รับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 335 (11) ดังนั้นการลักทรัพย์จึงถือเป็นความผิดร้ายแรง นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 (4) พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ อย่างไรก็ตาม หากนายจ้างตัดสินใจว่าจะไม่เลิกจ้างในความผิดลักทรัพย์นั้นและอยากจะเตือนเพื่อคาดโทษไว้ก่อน จำไว้ให้ดีว่า กรณีแบบนี้บริษัทฯ จะมาเลิกจ้างเค้าทีหลังโดยอ้างเหตุลักขโมยไม่ได้เด็ดขาด!!! เพราะถือว่าบริษัทฯ ไม่ติดใจเอาเรื่องตั้งแต่แรกแล้ว นอกจากการเลิกจ้างแล้ว บริษัทฯ ยังสามารถแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญากับพนักงานที่ลักทรัพย์ได้ด้วยนะคะ โดยการดำเนินคดีอาญาก็เพื่อให้พนักงานที่กระทำความผิดได้รับโทษตามกฎหมายอาญา เช่น โทษจำคุก หรือปรับ เป็นต้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังสามารถเรียกร้องให้พนักงานชดใช้เงินค่าทรัพย์สินคืนให้แก่บริษัทฯ ได้ด้วยเช่นกัน สรุปได้ว่า เมื่อมีการลักทรัพย์เกิดขึ้น สิ่งที่บริษัทฯ จะต้องดำเนินการมี 3 ส่วน คือ 1. เลิกจ้างพนักงานตามกฎหมายแรงงาน 2....