กรุณารอสักครู่

 

HomeBlog

นายจ้างลงโทษ ตัดเงินเดือน 10 % ได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่า ?

พี่ทนายคะ นายจ้างลงโทษด้วยการตัดเงินเดือน 10 % อ่านหลาย ๆ บทความ เห็นว่าห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง แบบนี้นายจ้างทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือเปล่าคะ ? ตอบ โปรดอ่าน : ถ้าเป็นการลงโทษตามระเบียบ ข้อบังคับกำหนดไว้ นายจ้างก็สามารถทำได้ค่ะ เพราะเป็นเรื่อง การลงโทษ มิใช่เรื่องการหักค่าจ้าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3409/2561 (รัฐวิสาหกิจ) เรื่อง การที่นายจ้างมีคำสั่งลงโทษลูกจ้างเนื่องจากทำผิดระเบียบด้วยการตัดเงินเดือนร้อยละ 10 นั้น กรลงโทษมิใช่เป็นการหักค่าจ้าง แต่เป็นกรณีการลงโทษตามวินัยการทำงานซึ่งได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้วตามข้อบังคับของนายจ้าง ​คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างตำแหน่งสุดท้ายเป็นนายช่างระดับ 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค วันที่ 24 เมษายน 2552 จำเลยให้โจทก์ย้ายออกจากบ้านพักโดยอ้างว่าโจทก์มีเรื่องทะเลาะวิวาท แต่โจทก์ไม่ย้ายออกตามคำสั่ง ต่อมาจำเลยแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและลงโทษทางวินัยโจทก์ โดยการตัดเงินเดือนร้อยละ 10 ไม่ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือน ไม่ได้รับโบนัส ขอบังคับให้จำเลยจ่ายค่าจ้างและเงินเดือนที่หักไป โบนัส พร้อมดอกเบี้ยศาลแรงงานภาค 2 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ประเด็นการตัดเงินเดือนร้อยละ 10 ชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยคดีนี้เป็นรัฐวิสาหกิจจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน...

นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างตรวจสารเสพติดได้หรือไม่ ?

สำหรับเรื่องการตรวจสารเสพติดนี้ ตามกฎหมายการตรวจหาสารเสพติดจะทำได้เพียงการตรวจโดยเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2564 ซึ่งยังไม่มีกฎหมายกำหนดให้อำนาจนายจ้างตรวจสารเสพติดในตัวลูกจ้างได้หากลูกจ้างไม่ยินยอม ​จึงเกิดเป็นคำถามว่า “หากงานที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน นายจ้างมีอำนาจสั่งให้ลูกจ้างตรวจสารเสพติดได้หรือไม่?” ​ คลินิกกฎหมายแรงงาน เห็นว่า นายจ้างก็สามารถออกคำสั่งให้ลูกจ้างต้องทำการตรวจสารเสพติดได้ หากลักษณะงานที่ลูกจ้างทำนั้น เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน เกี่ยวข้องกับเครื่องจักร ควบคุมเครื่องจักร เพราะหากลูกจ้างทำงานโดยเสพยาเสพติด อาจเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน และอาจนำมาซึ่งความเสียหายทั้งต่อลูกจ้างเองหรือลูกจ้างอื่นด้วย ทั้งยังส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของลูกจ้างลดลงอีกด้วย คำถามต่อมา หากลูกจ้างปฏิเสธไม่ตรวจสารเสพติด นายจ้างเลิกจ้างได้หรือไม่? หากนายจ้างมีระเบียบ ข้อบังคับที่กำหนดให้ลูกจ้างห้ามยุ่งเกี่ยว หรือเสพยาเสพติด และต้องเข้ารับการตรวจสารเสพติด เช่น พนักงานขับรถบรรทุก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในการทำงาน ดังนี้ หากลูกจ้างปฏิเสธย่อมถือเป็นการขัดขืน ฝ่าฝืน คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ ที่นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้ เทียบเคียง คำพิพากษาฎีกาที่ 4962/57 ฝ่าฝืนไม่ไปตรวจสารเสพติดซ้ำตามคำสั่งและนโยบายถือว่าฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบกรณีร้ายแรง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6924/2557 ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายจ้างมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ห้ามมิให้พนักงานกระทำผิดทางอาญา พร้อมทั้งมีประกาศว่าหากบริษัทหรือหน่วยงานราชการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงาน พนักงานจะถูกพิจารณาโทษทางวินัยจากนายจ้าง ในวันที่ 30 มิถุนายน...

ได้รับหมายอายัดเงินเดือน ค่าจ้างต่าง ๆ ของลูกจ้าง นายจ้างต้องทำอย่างไร ?

ในกรณีที่มีหมายบังคับคดีส่งมาถึงนายจ้างให้อายัดเงินเดือน ค่าจ้างต่าง ๆ ของลูกจ้างซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ให้ส่งเงินดังกล่าวไปยังสำนักงานบังคับคดี นายจ้างหรือ HR บริษัท จะต้องดำเนินการอย่างไร ? จะไม่หักนำส่งได้หรือไม่? คลินิกกฎหมายแรงงานขอตอบดังนี้ เมื่อได้รับหมายบังคับคดีให้อายัดเงินเดือน หรือ เงินโบนัส นายจ้างต้อง “นำส่งเงินดังกล่าว” ไปยังสำนักงานบังคับคดี แต่ทั้งนี้ เงินส่วนที่ไม่ได้อายัดในขณะนั้นต้องคงเหลือไม่น้อยกว่า 20,000 บาท เนื่องจากเป็นจำนวนเงินที่ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามที่กฎหมายกำหนด ตาม ป.วิ.แพ่ง. ม.302(3) แต่หากลูกหนี้มีเงินเดือนเกินกว่า 20,000 บาท เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาขอให้อายัดเงินเดือน เจ้าพนักงานบังคับคดีจะอายัดให้ตามจำนวนที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาร้องขอ แต่ต้องคงเหลือเงินเดือนให้ลูกหนี้ไว้ใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 20,000 บาท ตัวอย่างเช่น ถ้าลูกหนี้ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 35,000.- บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีจะดำเนินการอายัดให้ 15,000 บาท คงเหลือให้ลูกหนี้ไม่น้อยกว่า 20,000 บาท หากนายจ้างไม่หักเงินนำส่ง ผลจะเป็นอย่างไร ? ตอบ : เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้นายจ้างรับผิดชำระเงินตามคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีแทนลูกจ้าง ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.321...

ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

ตั้งผู้จัดการมรดกใช้เอกสารอะไรบ้าง ก่อนอื่นต้องทราบว่า ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ในการจัดการมรดก โดยมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์มรดก เพื่อแบ่งให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้รับพินัยกรรม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มารตรา 1719 ไม่ได้หมายความถึงคนไหนเป็นผู้จัดการมรดก คนนั้นได้ทรัพย์มรดกทั้งหมด อันนั้นเป็นความเข้าใจผิดใหญ่หลวงเลยทีเดียว ผู้จัดการมรดกคนไหน ไม่แบ่งให้ทายาทแล้วไปโอนเป็นชื่อตัวเอง อาจเข้าฐานยักยอกทรัพย์มรดก (คำพิพากษาฎีกาที่ 6429/2562) ส่วนเอกสาร ที่ใช้ประกอบ ในการยื่นคำร้องในการเป็นผู้จัดการมรดก มีดังนี้ 1. สำเนาใบมรณบัตรของผู้ตาย 2. สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ตาย 3. สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก 4. บัญชีเครือญาติ (สามารถดาวโหลด หรือหาตัวอย่างได้จาก google) 5. สำเนาใบมรณบัตรของบิดามารดาของผู้ตาย 6. สำเนาทะเบียนสมรส/หรือทะเบียนการหย่าของผู้ตาย (ถ้ามี) 7. สูติบัตรของบุตรของผู้ตาย 8. พินัยกรรม ของ ผู้ตาย (ถ้ามี) 9. หนังสือ ให้ความยินยอม ในการร้องขอจัดการมรดก (สามารถดาวโหลด หรือหาตัวอย่างได้จาก google) รวมถึงสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน+ ทะเบียนบ้านของผู้ให้ความยินยอมทุกคน 10. เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์มรดก...

ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องคดีได้หรือไม่?

ให้กู้ยืมเงิน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ฟ้องคดีได้หรือไม่ เอาหลักกฎหมายก่อนเนอะ หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 กำหนดว่า กู้ยืมเงินกว่า 2,000 ขึ้นไปนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องไม่ได้ “ แต่ “ ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำแบบนี้ เงินเฟ้อขนาดนี้ บางทียืมหลักพันไม่มีใครมานั่งเซนสัญญา จึงเกิดเป็นความสงสัยว่าแล้วแบบนี้จะเอาหลักฐานอะไรไปฟ้อง?? ใครคิดแบบนี้อยู่ไม่ต้องกังวล เพราะพรบ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8 กำหนดว่า “รณีที่กฎหมายกําหนดให้การใดต้องทํา เป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึง และนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทําเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว” ดังนั้นหากท่านมีหลักฐาน ข้อความสนทนา การคุยกู้ยืม สลิปการโอน ก็สามารถฟ้องคดีได้เช่นกันค่ะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th #ที่ปรึกษากฎหมาย #กู้ #กู้เงิน #หนี้สิน #ฟ้อง #ทนายความ #หนี้ #ฟ้องร้อง #สืบทรัพย์ #สืบก่อนแต่ง...

ลาออกกะทันหัน ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างได้หรือเปล่า ?

เธออออออ อ่านนะ กับคำถามยอดฮิต ที่มาถามแล้วเร่งยิกๆ ให้ตอบ แบบนั้นคิดเงินนะ แต่อันนี้อ่านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย กับเรื่อง “ ลาออกกะทันหัน ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าจ้างได้หรือเปล่า ?” สำหรับการแจ้งขอลาออกหรือการบอกเลิกจ้างนั้น ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้างโดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบในเมื่อถึงหรือก่อนจะถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผลเลิกสัญญากันเมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้างคราวถัดไป 1.หากลูกจ้างลาออกกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ลูกจ้างมีความผิดหรือไม่ ตอบ : ไม่มีความผิด แม้กฎหมายจะกำหนดว่าให้ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า หากลูกจ้างไม่แจ้งลาออกล่วงหน้า กฎหมายก็มิได้บัญญัติกำหนดโทษไว้ ซึ่งการแจ้งลาออกไม่จำเป็นต้องรอให้นายจ้างอนุมัติหรืออนุญาต หากมีการแจ้งแล้วก็มีผลเป็นการลาออก 2.หากลูกจ้างลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างไม่จ่ายค่าจ้างได้ไหม? ตอบ : นายจ้างไม่สามารถหักเงินค่าจ้างได้ แม้ลูกจ้างจะลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้า นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าจ้างตามกำหนดและตามที่ตกลงกัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 70) หากนายจ้างไม่ยอมจ่าย ลูกจ้างก็สามารถยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือยื่นคำฟ้องต่อศาลแรงงานได้ 3.นายจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้าง เพราะเหตุลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้าได้หรือไม่? ตอบ : นายจ้างสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากลูกจ้างได้ หากการลาออกกะทันหัน โดยไม่แจ้งล่วงหน้านั้น เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหาย เช่น การที่ลูกจ้างได้รับมอบหมายงานที่สำคัญและไม่ดำเนินการเป็นเหตุให้นายจ้างต้องโดนชำระเบี้ยปรับ หรือถูกยกเลิกออเดอร์ หรือเหตุที่ลูกจ้างลาออก ทำให้นายจ้างไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันเวลา...

อุบัติเหตุในวันแข่งขันกีฬาของบริษัท ใช้สิทธิประกันสังคม หรือ สิทธิเงินทดแทน ?

เรื่องมีอยู่ว่าบริษัทจัดกิจกรรมแข่งกีฬาโดยให้พนักงานเล่น ซึ่งเป็นวันทำงาน แต่ในวันนั้นบริษัทให้พนักงานต้องบันทึกเวลาทำงานตามปกติ แต่ไม่ต้องทำงานให้พนักงานเล่นกีฬากัน มีพนักงานคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขาหักจากการเล่นพุตบอลในวันดังกล่าว จึงเป็นคำถามว่า การรักษาพยาบาลต้องใช้สิทธิประกันสังคม หรือ หรือใช้สิทธิกองทุนเงินทดแทน ? ​หากลูกจ้างไปเล่นกีฬา โดยเล่นในนามของบริษัท บริษัทจัดส่งไปแข่ง หรือลูกจ้างมีหน้าที่ไปเล่นกีฬา เพื่อประชาสัมพันธ์ธุรกิจบริษัท ลักษณะอย่างนี้ เป็นการทำงานตามที่นายจ้างสั่ง หรือเกี่ยวเนื่องกับงาน หากเกิดการบาดเจ็บขึ้นมา ถือว่าเป็นการบาดเจ็บเนื่องจากการทำงานหรือตามคำสั่งของนายจ้าง เป็นเรื่องเงินทดแทน ​คำพิพากษาฎีกาที 2673/2526 นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างไปแข่งขันกีฬาที่ต่างจังหวัดเมื่อเสร็จการแข่งขันแล้วก็เดินทางกลับ แต่ยังไม่ทันกลับถึงหน่วยงานที่ประจำก็ได้รับอันตราย มีปัญหาว่าจะเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตราบใดที่ลูกจ้างยังไม่ถึงที่พักประจำในหน่วยงานก็ยังได้ชื่อว่าลูกจ้างปฏิบัติงานพิเศษ การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายระหว่างเดินทางจึงเป็นการประสบอันตรายขณะปฏิบัติงานให้แก่นายจ้าง ​คำพิพากษาฎีกาที่ 3733/2529 ลูกจ้างเป็นพนักงานธนาคาร ได้รับแต่งตั้งจากนายจ้างให้เป็นนักกีฬาเข้าแข่งขันภายใน ซึ่งนายจ้างจัดขึ้นตามระเบียบและนโยบายของนายจ้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของลูกจ้างจากการปฏิบัติงานประจำวันอันส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การที่ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการแข่งขันกีฬาภายในถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ​ *ข้อสังเกต* การที่บริษัทจัดกิจกรรมแข่งกีฬา แม้เป็นกิจกรรมตามนโยบายบริษัทที่ลูกจ้างควรให้ความร่วมมือ ร่วมเล่น ร่วมเชียร์ แต่ก็เป็นการแนะนำให้ปฏิบัติ อนุญาตให้มีการแข่งขันขึ้น ใครจะเล่น หรือ ไม่เล่น แล้วแต่ความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ หากเล่นกีฬาแล้วเกิดบาดเจ็บขาหักจากการแข่งขันฟุตบอล จึงเป็นเรื่องประกันสังคม เพราะการเล่นกีฬาดังกล่าว ไม่ใช่การทำงาน ไม่ใช่การป้องกันทรัพย์สินของนายจ้าง หรือไม่ใช่นายจ้างสั่ง

แบ่งจ่ายโบนัสเป็นงวด ต่อมาลูกจ้างลาออก มีสิทธิได้รับโบนัสส่วนที่เหลือหรือไม่ ?

การที่บริษัทจ่ายเงินโบนัสพิเศษให้แก่พนักงาน ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่พนักงานและจูงใจให้พนักงานมีความมุ่งมั่นในการทำงาน หลักเกณฑ์การจ่ายเงินโบนัสแต่ละบริษัทกำหนดหลักเกณฑ์อย่างไรก็ต้องบังคับตามนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพิจารณาและประเมินผลการทำงานของพนักงานแต่ละคนในช่วงที่ผ่านมาและกำหนดจ่ายในแต่ละรอบปีนั้น ​คำถามวันนี้มีอยู่ว่าา… บริษัทจ่ายเงินโบนัส โดยขอแบ่งจ่ายเงินโบนัสออกเป็น 2 งวด ลูกจ้างได้รับเงินโบนัสมาแล้ว 1 งวด ต่อมาก่อนที่จะครบกำหนดจ่ายโบนัสงวดที่ 2 ลูกจ้างได้ลาออกก่อน ถามว่าลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินโบนัสงวดที่ 2 หรือไม่ ?? ​เนื่องจากข้อเท็จจริงไม่ละเอียด แต่จากคำถามเข้าใจว่า เป็นการจ่ายเงินโบนัสในรอบปีที่ผ่านมา และลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินโบนัสแล้ว แต่นายจ้างขอแบ่งจ่ายเงินโบนัสออกเป็น 2 งวด ซึ่งการที่ลูกจ้างลาออกก่อนที่จะครบกำหนดรับเงินโบนัสงวดที่ 2 ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินโบนัสที่เหลือหรือไม่? คลินิกกฎหมายแรงงาน มีความเห็นดังนี้ 1. หากมีข้อความเงื่อนไขกำหนดเอาไว้ว่า “พนักงานจะได้รับเงินโบนัสต่อเมื่อมีสถานะเป็นพนักงานหากพ้นสภาพการเป็นพนักงานก่อนครบกำหนดจ่ายเงินโบนัสไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส” ดังนันจึง เห็นว่าลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินโบนัส เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกา 3755/2533 โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยหลีกเลี่ยงให้โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันและหาทางบ่ายเบี่ยงไม่ให้ค่าจ้างโจทก์ในวันที่โจทก์มาลงชื่อเพื่อปฏิบัติงานในวันต่อไป เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการอุทธรณ์นอกเหนือไปจากที่โจทก์กล่าวอ้างในฟ้อง จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์และจำเลยทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่าจำเลยจะจ่ายเงินโบนัสให้แก่พนักงานของจำเลยทุกคนในวันที่ 28...

ลูกจ้างลาป่วย ถูกออกใบเตือนว่าหยุดงานเกินกำหนด ประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไรได้บ้าง?

ลูกจ้างลาป่วย ถูกออกใบเตือนว่าหยุดงานเกินกำหนด ประเมินผลงานไม่ผ่านเกณฑ์ ทำอย่างไรได้บ้าง? คำถามจากแฟนเพจมีใจความว่า ป่วยติดโควิดจึงลางานประมาณ 18 วัน แจ้งลางานถูกต้อง หายป่วยจึงมาทำงานพร้อมใบรับรองแพทย์ ปรากฏว่านายจ้างออกใบเตือนและประเมินผลการทำงาน รอบแรกว่าไม่ผ่านเกณฑ์ แบบนี้ ลูกจ้างมีสิทธิทำอย่างไรได้บ้างคะ สำหรับประเด็นเรื่อง การออกใบเตือนเพราะหยุดงานเกินกำหนดนั้น คลินิกกฎหมายแรงงานเห็นว่า นายจ้างไม่สามารถออกใบเตือนได้ เพราะลูกจ้างหยุดงานเพราะเหตุลาป่วย (ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง ตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.32) ไม่ใช่เรื่องที่ลูกจ้างกระทำฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่นายจ้างจะต้องออกใบเตือน ส่วนประเด็นเรื่องประเมินผลการทำงานไม่ผ่านเกณฑ์นั้น นายจ้างมีหลักเกณฑ์การประเมินอย่างไรก็ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของแต่ละบริษัท ที่ส่วนใหญ่แล้วการประเมินจะพิจารณาถึง Job Description ประสิทธิภาพในการทำงาน เป้าหมายของการของปฏิบัติงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ส่วนเรื่องการขาด ลา มา สาย นายจ้างจะพิจารณาถึงผลกระทบว่าการ ขาด ลา มาสายบ่อยมีผลกระทบต่องานหรือไม่ แต่ผู้เขียนเห็นว่านายจ้างจะต้องคำนึงถึงเหตุผลความจำเป็นในการขาด ลา มาสาย ของพนักงานประกอบด้วย แต่ก็ใช่ว่าลูกจ้างจะเกิดสิทธิในการฟ้องร้องนายจ้างนะคะ หากลูกจ้างไม่เห็นด้วย ก็เพียงแต่ทำความเห็นแย้งไว้หรือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นไว้ เทียบเคียงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13010/2558 ในกรณีนี้ เราอยากให้ต่างฝ่ายต่างเห็นใจกัน เพราะอย่าลืมว่าสัญญาจ้างแรงงานเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อลูกจ้างหายป่วยกลับมาแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานเพราะนี่เป็นเพียงการประเมินรอบแรก หากตั้งใจทำงาน ฝีมือดี...

เจ้าหนี้ต้องรู้ โพสประจานลูกหนี้มีสิทธิถูกปรับหลักแสน!!

เจ้าหนี้ต้องรู้ โพสประจานลูกหนี้มีสิทธิถูกปรับหลักแสน!! อ่านแค่หัวเรื่องก็ร้องโอ้ยยยย กันแล้ว ทำไมจะด่า จะประจานคนที่ยืมเงินแต่ไม่คืนเงินไม่ได้ ไม่เข้าใจเลย เรื่องนี้ หลักกฎหมายอธิบายไว้แบบนี้ค่ะ แม้จะยืมจริง ไม่คืนจริง แถมใช้ชีวิตหรูหรา แต่หากเจ้าหนี้ โพสประจานโดยระบุตัลุกหนี้ชัดเจน เผลอๆโพสยันหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริง และข้อความที่โพสทำให้ลูกหนี้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง แม้เป็นเรื่องจริง ก็อาจจะมีความผิดฐานหมิ่นประมาท และหนักไปกว่านั้น ถ้าการโพสต์ข้อความใน socail ที่มีเข้าถึงได้เป็นจำนวนมาก ก็อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และ 328 มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท อ่านมาถึงตรงนี้อาจคิดว่าไม่เป็นธรรมกับคนให้กู้เลย อันนี้เจ้าหนี้ต้องคิดให้ดีไม่ใช่แค่ก่อนโพส แต่ต้องคิดก่อนให้ใครกู้หรือหยิบยืมด้วย ว่าเค้ามีความสามารถในการชำระหรือไม่ คิดง่ายๆเอ็นดูเขา เอ็นเราขาดนะคะ และสำหรับใครที่มีปัญหาด้านกฎหมายต้องการติดต่อหาทนายความเพื่อดำเนินการใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมาย หรือแม้แต่ขั้นตอนการสืบบุคคล สืบทรัพย์สินก็สามารถติดต่อได้ที่ info@legalclinic.co.th