เวลาพูดถึงหัวหน้าที่ดี หลายคนมักนึกถึงหัวหน้าที่คุยง่าย เข้าใจลูกน้อง รับฟัง ไม่กดดัน ให้โอกาส และพยายามรักษาบรรยากาศในทีมให้ทุกคนทำงานอย่างสบายใจ
คุณสมบัติเหล่านี้สำคัญค่ะ และดิฉันก็คิดว่าคนเป็นหัวหน้าควรมี
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัด คือ “หัวหน้าที่ใจดี” กับ “หัวหน้าที่บริหารคนเป็น” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
หัวหน้าบางคนมีความสัมพันธ์กับลูกน้องดีมาก ลูกน้องรัก คุยได้ทุกเรื่อง ขออะไรก็พยายามช่วย เข้าใจเหตุผลของทุกคน แต่พอถึงเวลาที่ต้อง Feedback เรื่องผลงานกลับไม่กล้าพูดตรง ๆ พอลูกน้องทำผิดซ้ำก็ไม่กล้าจัดการ เพราะกลัวเสียความสัมพันธ์ หรือเมื่อคนในทีมคนหนึ่งสร้างปัญหาให้คนอื่น ก็พยายามประนีประนอมไปเรื่อย ๆ เพราะไม่อยากให้ใครรู้สึกไม่ดี
ในระยะสั้น ทีมอาจรู้สึกว่าหัวหน้าคนนี้ “ใจดี”
แต่ในระยะยาว คนที่ทำงานดีอาจเริ่มตั้งคำถามว่า แล้วทำไมคนที่ไม่รับผิดชอบถึงได้รับการปฏิบัติไม่ต่างจากคนที่รับผิดชอบ
ตรงนี้เป็นเรื่องที่หัวหน้าหลายคนพลาดค่ะ เพราะคิดว่าการรักษาความสัมพันธ์คือการทำให้ทุกคนพอใจ ทั้งที่ Leadership ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรักษาความรู้สึกของคน แต่ต้องรักษามาตรฐานของงานและความเป็นธรรมของทีมด้วย
Empathy ทำให้เราเข้าใจว่าเขามีเหตุผลอะไร
แต่ Leadership ต้องพาเราต่อไปอีกขั้นว่า เมื่อเข้าใจแล้ว เราจะจัดการอย่างไร
ลูกน้องมีปัญหาส่วนตัว เราเข้าใจได้ แต่ถ้าปัญหานั้นทำให้งานเสียซ้ำ ๆ หัวหน้าก็ยังต้องคุยเรื่องผลงาน
ลูกน้องทำผิด เราให้โอกาสได้ แต่การให้โอกาสควรมาพร้อมกับความชัดเจนว่าอะไรต้องเปลี่ยน และภายในเมื่อไร
ลูกน้องไม่พอใจกับการตัดสินใจ เรารับฟังได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหัวหน้าจะต้องเปลี่ยนการตัดสินใจทุกครั้งเพื่อให้ทุกคนพอใจ
และถ้ามีพฤติกรรมบางอย่างกำลังสร้างปัญหาให้ทีม ต่อให้คนคนนั้นเป็นคนที่เราสนิทหรือเอ็นดู หัวหน้าก็ยังมีหน้าที่ต้องจัดการ
เพราะการไม่จัดการกับคนหนึ่ง บางครั้งไม่ได้แปลว่าเราใจดีกับคนนั้นเพียงคนเดียว แต่อาจหมายถึงว่า เรากำลังปล่อยให้คนอื่นทั้งทีมเป็นคนรับผลจากความใจดีของเรา
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Leadership ต้องมีทั้ง People Skills และ Judgment
หัวหน้าต้องรู้ว่าเมื่อไรควรฟัง เมื่อไรควรให้โอกาส เมื่อไรควรยืดหยุ่น และในขณะเดียวกันก็ต้องรู้ว่าเมื่อไรควรกำหนดขอบเขต เมื่อไรต้องพูดเรื่องที่พูดยาก และเมื่อไรต้องตัดสินใจ แม้รู้ว่าการตัดสินใจนั้นอาจไม่ได้ทำให้ทุกคนชอบเรา
การเป็นหัวหน้าที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “ใจดี” กับ “เด็ดขาด”
เราเข้าใจคนได้โดยไม่ลดมาตรฐาน
เราเห็นอกเห็นใจได้โดยไม่ปล่อยผ่าน
เรารักษาความสัมพันธ์ได้โดยยังพูดเรื่องยาก
และเราให้โอกาสคนได้โดยไม่ทำให้ความรับผิดชอบหายไป
เพราะสุดท้ายแล้ว หน้าที่ของหัวหน้าไม่ใช่ทำให้ลูกน้องทุกคนรู้สึกดีกับเราตลอดเวลา
แต่คือการสร้างทีมที่คนรู้ว่า อะไรคือมาตรฐาน อะไรคือความรับผิดชอบ และเมื่อเกิดปัญหา หัวหน้าจะไม่ปล่อยให้คนอื่นต้องรับภาระแทนเพียงเพราะไม่อยากจัดการกับใคร
ความใจดีเป็นคุณสมบัติที่ดีของหัวหน้า
แต่การบริหารคนเป็น ต้องรู้ด้วยว่าเมื่อไรความใจดีควรหยุด และหน้าที่ของหัวหน้าต้องเริ่ม
ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความ | วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ

