กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

การบริหารคนและองค์กรรู้เรา | ชีวิตไม่ได้ให้เราเลือกทุกเรื่อง

2 September 2026

เรื่องใหญ่ของชีวิตไม่ใช่การที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราเลือก แต่คือการที่เรายังรู้ว่า “อะไรเป็นสิ่งที่เราเลือกได้”

ช่วงนี้ดิฉันอ่านเจอประโยคหนึ่งเกี่ยวกับการ “เลือกชีวิตของตัวเอง” แล้วทำให้นึกต่อว่า จริง ๆ เราพูดเรื่องการเลือกกันง่ายมาก เลือกงานที่ชอบ เลือกคนที่ใช่ เลือกสังคมที่ดี เลือกชีวิตที่ทำให้มีความสุข ฟังดูเหมือนชีวิตเป็นเมนูที่ถ้าเราเลือกเก่งพอ ทุกอย่างก็น่าจะลงตัว

แต่พอใช้ชีวิตมาระยะหนึ่ง เราจะรู้ว่า ชีวิตไม่ได้ให้สิทธิเราเลือกทุกเรื่อง

เราเลือกไม่ได้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวแบบไหน เลือกไม่ได้ว่าจะมีต้นทุนชีวิตเท่ากับคนอื่นหรือเปล่า เลือกไม่ได้ว่าเศรษฐกิจจะดีตอนที่เรากำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงานหรือไม่ เลือกไม่ได้ว่าองค์กรจะปรับโครงสร้างเมื่อไร และเลือกไม่ได้ว่าคนที่เราทำดีกับเขาจะทำดีกับเรากลับหรือเปล่า บางครั้งแม้แต่เรื่องที่คนนอกมองว่า “ก็เลือกสิ” เราเองก็อาจยังเลือกไม่ได้ เพราะมีเงินเดือนที่ต้องใช้ มีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ มีหนี้ มีเวลา หรือมีข้อจำกัดอีกหลายอย่างที่คนอื่นไม่เห็น

ดิฉันจึงไม่ค่อยชอบประโยคประเภท “ถ้าไม่มีความสุขก็แค่เดินออกมา” เท่าไร เพราะสำหรับบางคน การเดินออกมาไม่ใช่เรื่องของความกล้าอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของต้นทุนที่เขายังไม่มีด้วย การบอกว่าทุกคนเลือกชีวิตตัวเองได้จึงอาจฟังดูสวย แต่ไม่ค่อยยุติธรรมกับความจริงนัก

แต่ในอีกด้านหนึ่ง การยอมรับว่าเราเลือกไม่ได้ทุกอย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีสิทธิเลือกอะไรเลย

ตรงกลางระหว่าง “ชีวิตฉัน ฉันเลือกได้ทุกอย่าง” กับ “ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ ทำอะไรไม่ได้หรอก” ยังมีพื้นที่อีกมาก และดิฉันคิดว่าพื้นที่ตรงนั้นสำคัญมากกว่าทั้งสองประโยค

ในทางจิตวิทยามีแนวคิดเรื่อง Self-agency ซึ่งถ้าอธิบายง่าย ๆ คือความรู้สึกว่า เรายังเป็นผู้กระทำและมีส่วนกำหนดทิศทางของชีวิตตัวเอง ไม่ใช่เพียงคนที่รอให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น แล้วตอบสนองไปตามสิ่งที่คนอื่นหรือสถานการณ์กำหนดให้

Agency จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการตัดสินใจครั้งใหญ่เสมอไป บางครั้งเราออกจากงานวันนี้ไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะเริ่มเก็บเงินเพื่อสร้างทางออกหรือไม่ เรายังเปลี่ยนหัวหน้าไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะวางขอบเขตกับบางพฤติกรรมอย่างไร เราย้อนกลับไปแก้การตัดสินใจที่ผิดไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะจัดการกับผลของมันอย่างไร หรือบางครั้งเรายังเปลี่ยนสถานการณ์อะไรไม่ได้เลยจริง ๆ สิ่งที่เหลืออยู่ก็อาจมีเพียงการเลือกว่าจะไม่ใช้เหตุการณ์นั้นเป็นคำอธิบายชีวิตของเราตลอดไป

สิ่งที่น่ากลัวจึงอาจไม่ใช่การมีข้อจำกัด แต่คือการอยู่กับข้อจำกัดนานเสียจนเราเริ่มคิดว่า ทุกอย่างเป็นสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ จาก “ตอนนี้ยังออกไม่ได้” ค่อย ๆ กลายเป็น “ฉันไม่มีทางเลือก” จาก “เรื่องนี้แก้ไม่ได้” กลายเป็น “ชีวิตฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” และเมื่อคิดแบบนั้นนานพอ เราอาจหยุดมองหาพื้นที่เล็ก ๆ ที่ตัวเองยังขยับได้ ทั้งที่บางพื้นที่ยังอยู่ตรงนั้นมาตลอด

ในทางกลับกัน Self-agency ก็ไม่ใช่การบอกว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเป็นผลจากการเลือกของเรา เพราะนั่นก็ไม่ยุติธรรมเหมือนกัน บางเรื่องเราไม่ได้เลือก บางเรื่องเราไม่มีอำนาจพอจะเปลี่ยน และบางครั้งเราก็ทำดีที่สุดภายใต้ตัวเลือกที่มีอยู่ในตอนนั้นแล้ว การกำกับชีวิตตัวเองจึงไม่ใช่การควบคุมทุกอย่าง แต่คือการแยกให้ออกว่าอะไรไม่อยู่ในมือเรา แล้วเอาพลังกลับมาใช้กับสิ่งที่ยังอยู่ในมือ

พอคิดมาถึงตรงนี้ ดิฉันจึงรู้สึกว่า การมีทางเลือกอาจไม่ได้หมายถึงการมีตัวเลือกมากมายเสมอไป คนคนหนึ่งอาจมีทางเลือกสิบทางแต่ไม่เคยเลือกอะไรด้วยตัวเอง ขณะที่อีกคนมีเพียงสองทาง แต่รู้ว่าตัวเองกำลังเลือกทางหนึ่งเพราะอะไร คนหลังอาจมี Agency ในชีวิตมากกว่าก็ได้

และบางทีการเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองก็ไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อย่างที่เราคิด มันอาจเป็นเพียงวันที่เราหยุดถามว่า “ทำไมชีวิตถึงเป็นแบบนี้” อยู่ชั่วครู่ แล้วลองมองใหม่ว่า “ในสิ่งที่เป็นแบบนี้ มีอะไรที่ยังเป็นส่วนของเราอยู่บ้าง”

ดิฉันเองก็ไม่ได้เกิดมาแบบที่เลือกเกิดได้ และคิดว่าไม่มีใครเลือกจุดเริ่มต้นของตัวเองได้ทั้งหมด เราไม่ได้เป็นคนกำหนดไพ่ทุกใบที่ชีวิตแจกมาให้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งของชีวิต เราค่อย ๆ มีสิทธิเลือกว่าจะเล่นกับไพ่ที่มีอยู่อย่างไร

ดิฉันไม่ได้เกิดมาแบบที่เลือกเกิดได้ แต่แน่นอนว่าดิฉันเลือกใช้ชีวิตได้

เลือกว่าจะพาตัวเองไปทางไหน เลือกว่าจะรักษาอะไรไว้ เลือกว่าจะปล่อยอะไรไป เลือกว่าจะให้คุณค่ากับอะไร และแม้ในวันที่ยังเปลี่ยนสถานการณ์ไม่ได้ ก็ยังเลือกได้ว่าจะค่อย ๆ สร้างทางเลือกให้ตัวเองอย่างไร บางการเลือกอาจไม่ได้เปลี่ยนชีวิตในวันรุ่งขึ้นด้วยซ้ำ แต่เพียงการรู้ว่า “ส่วนนี้ยังเป็นของเรา” ก็ทำให้เราไม่เผลอมอบอำนาจในการกำกับชีวิตทั้งหมดให้กับสิ่งที่เราเคยเลือกไม่ได้

เพราะสุดท้ายแล้ว เรื่องใหญ่ของชีวิตอาจไม่ใช่การได้เกิดมาในชีวิตที่เราเลือก

แต่คือเมื่อชีวิตนั้นมาอยู่ในมือเราแล้ว เราเลือกจะใช้มันอย่างไร

อ.ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น
ทนายความและวิทยากรด้านกฎหมายแรงงานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์