“เขาลาออกเพราะที่ใหม่ให้เงินเดือนเยอะกว่า” เป็นคำอธิบายที่ฟังแล้วสบายใจดี เพราะอย่างน้อยปัญหาก็ดูเหมือนไม่ได้อยู่ที่เรา
ตลอดชีวิตการทำงาน ดิฉันเคยอยู่ทั้งฝั่งที่เห็นเพื่อนร่วมงานลาออก ฝั่งที่ตัวเองเป็นคนลาออก และต่อมาก็มาอยู่ฝั่งหัวหน้าที่ได้รับใบลาออกจากลูกทีม สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้คือ เหตุผลที่เขียนในใบลาออก กับเหตุผลที่ทำให้คนคนหนึ่งเริ่มคิดอยากลาออก อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เงินเดือนสำคัญแน่นอน ไม่มีใครทำงานด้วยคำชมอย่างเดียวแล้วเอาไปจ่ายค่าไฟได้ แต่ก่อนคนคนหนึ่งจะเปิดเว็บไซต์หางาน ส่ง Resume หรือยอมเสียเวลาไปสัมภาษณ์ที่ใหม่ มักมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว
อาจเป็นวันที่ทำดีแต่ไม่มีใครเห็น วันที่พยายามเสนออะไรแล้วถูกปัดตก วันที่รับงานเพิ่มอยู่คนเดียว หรือวันที่เริ่มรู้สึกว่า อยู่ต่อไปอีกสองปีก็ไม่เห็นว่าตัวเองจะโตไปทางไหน
และบางครั้ง เรื่องเหล่านั้นก็เกี่ยวข้องกับหัวหน้าโดยตรง
ดิฉันจึงคิดว่า การบริหารคนไม่ควรรอจนถึง Exit Interview แล้วค่อยถามว่า “ทำไมถึงลาออก”
เพราะถึงวันนั้น คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเราจะทำอย่างไรให้เขาอยู่ แต่คือ ทำไมเราไม่เคยถามคำถามนี้ในวันที่เขายังอยากอยู่
ในงาน HR มีคำง่าย ๆ ที่ดิฉันชอบคือ Stay Interview หรือการคุยกับคนในวันที่เขายังอยู่ ไม่จำเป็นต้องทำเป็นแบบฟอร์มใหญ่โต บางครั้งหัวหน้าเพียงหาเวลาคุยว่า ช่วงนี้งานเป็นอย่างไร อะไรที่ยังทำแล้วสนุก อะไรเริ่มทำให้เหนื่อย มีอะไรที่อยากเรียนรู้ต่อ หรือมีอะไรที่หัวหน้าควรช่วยเอาออกจากทาง
คำถามธรรมดาเหล่านี้อาจทำให้เราเห็นปัญหาก่อนใบลาออกจะมาถึงโต๊ะ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ดิฉันก็ไม่เชื่อว่าหน้าที่ของหัวหน้าคือรักษาคนเก่งทุกคนไว้ตลอดไป บางคนถึงเวลาต้องโต บางคนมีโอกาสที่ดีกว่า และบางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดที่หัวหน้าทำได้ คือยินดีกับการเติบโตของเขา
สิ่งที่ควรสนใจมากกว่าคือ เขากำลังเดินไปหาโอกาสที่ดีกว่า หรือกำลังวิ่งหนีจากสิ่งที่เราควรแก้
โดยเฉพาะถ้าคนเก่งเริ่มออกทีละคน ด้วยเหตุผลคล้าย ๆ กัน
วันนั้นอย่าเพิ่งรีบถามว่า “ทำไมเด็กรุ่นนี้ไม่อดทน”
ลองถามตัวเองก่อนว่า
ถ้าคนดี ๆ อยากเข้ามาทำงานกับเรา แต่คนดี ๆ ที่อยู่กับเรากลับอยากออก เรากำลังพลาดอะไรอยู่หรือเปล่า

