กรุณารอสักครู่

 

HomeCategoryกฏหมายแรงงาน Archives - Page 18 of 75 - บริษัท ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น จำกัด

หลังเกษียณอายุนายจ้างจ้างเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ไม่กำหนดเวลาเข้างาน ไม่ใช่จ้างแรงงาน จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย

หลังเกษียณอายุนายจ้างจ้างเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ไม่กำหนดเวลาเข้างาน ไม่ใช่จ้างแรงงาน จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าชดเชย . กรณีการจ้างหลังเกษียณเกิดขึ้นในหลายๆบริษัทเนื่องจากว่าแม้อายุลูกจ้างจะถึงกำหนดระยะเวลาเกษียณไปแล้วแต่เนื่องจากความรู้ความสามารถและศักยภาพยังมีอยู่นายจ้างซึ่งประสงค์จะจ้างต่อไป แต่การจ้างหลังเกษียณนี้ก็มีหลายแบบ . บางแห่งยังจ้างในลักษณะลูกจ้างประจำกรณีนี้เมื่อจะเลิกจ้างก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชย แต่ในบางแห่งพิจารณาดูแล้วว่าต่อไปนี้ลูกจ้างไม่ต้องเข้างานเป็นเวลา ขอแค่งานแล้วเสร็จก็พอจึงจ้างเป็นที่ปรึกษา ซึ่งในกรณีหลังนี้แน่นอนว่าไม่ได้ค่าชดเชยเพราะค่าชดเชย จะได้ก็ต่อเมื่อมีนิติสัมพันธ์กันอย่างนายจ้างลูกจ้างเท่านั้น . อย่างไรก็ตามในหลายบริษัทก็จะชอบใช้สัญญาจ้างที่ปรึกษา แต่ลักษณะการทำงานยังเหมือนลูกจ้างประจำทุกอย่างอันนี้ก็ต้องระมัดระวังไว้ แม็กหัวสัญญาจะเขียนว่าจ้างที่ปรึกษาแต่ถ้าลูกจ้างยังต้องสแกนนิ้วเช้าเย็นขาดลามาสายต้องบอกปฏิบัติตนภายใต้ระเบียบข้อบังคับบริษัททุกประการแม้จะเขียนหัวสัญญาจ้างว่าไปจ้างที่ปรึกษาแต่หากจะเลิกจ้างก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยนะคะ ( ฎีกาเทียบเคียงฎีกาที่ 8208/2560)

ชิงลาออกหนีความผิด ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงาน

ชิงลาออกหนีความผิด ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงาน “ กรณีที่นายจ้างพบว่าลูกจ้างกระทำความผิดและกำลังดำเนินการสอบสวนอยู่นั้นระหว่างดำเนินการสอบสวนลูกจ้างก็ชิงลาออกก่อนที่การสอบสวนจะผิดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเลิกจ้างเนื่องจากกระทำความผิดกลัวว่าจะไม่ได้รับเกินประโยชน์เมื่อออกจากงานตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการทำงาน . กรณีนี้ ผู้ที่สอบถามมา ถามว่า ผลทางกฎหมายคืออะไรเพราะลูกจ้างได้ยื่นหนังสือลาออกไปก่อนแล้วแม้ว่าภายหลังนายจ้างจะมีหนังสือเลิกจ้าง ก็ไม่เป็นผลแล้วหรือไม่เพราะว่าได้ลาออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว?? . เรื่องแบบเดียวกันนี้เคยมีคำพิพากษาที่ 1312/2558 ได้วินิจฉัยไว้ว่า กรณีที่ลูกจ้างลาออกก่อนที่นายจ้างจะสอบสวนความผิดแล้วเสร็จเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเลิกจ้างนั้น ลูกจ้างไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงานตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน เนื่องจากข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานระบุไว้ชัดเจนว่าพนักงานจะได้รับเงินผลประโยชน์เมื่อออกจากงานจะต้องไม่เป็นพนักงานซึ่งลาออกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเลิกจ้างเนื่องจากการกระทำความผิดตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน . ดังนั้นหากภายหลังบริษัท ทำการสอบสวนแล้วเสร็จและพบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงจึงทำหนังสือเลิกจ้างในกรณีนี้ลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินดังกล่าว . ในการร่วมงานกันอาจจะมีผลประโยชน์เข้ามามากมาย สิ่งล่อตาล่อใจก็เกิดได้ทุกวัน แต่สุดท้ายแล้วการทำงานอยู่บนความซื่อสัตย์สุจริตทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายลูกจ้าง แม้จะไม่มีใครเห็นแต่ตัวเรารู้ดีอยู่แก่ใจความสบายใจเกิดขึ้นแน่นอนค่ะ

รับเข้าทำงานแล้ว ก่อนถึงวันเริ่มงาน โทรมายกเลิก แบบนี้ฟ้องได้ไหมคะ?

รับเข้าทำงานแล้ว ก่อนถึงวันเริ่มงาน โทรมายกเลิก แบบนี้ฟ้องได้ไหมคะ? . คำถามนี้เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ในการทำงานมากกกก เพราะใจคนถามก็หวังว่าจะได้งานใหม่ไปเริ่มต้นงานที่ใหม่ ลาออกจากที่เก่าเสร็จสรรพ เซ็นสัญญาเรียบร้อยแต่ก่อนเริ่มงานกลับโทรมาบอกว่า “ขอยกเลิกนะ ไหนๆก็ ยังไม่ได้มาลองกลับไปคุยกับที่เก่าดูก่อน เผื่อเค้ายังไม่รับคนใหม่” . ฟังแล้วแบบ แกกกกกกกกก..ทำไมพูดง่ายอ่ะ!! . ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ แม้ว่ายังไม่ได้เข้าไปทำงานเป็นลูกจ้าง แต่ก็มีสิทธิ์ที่ลูกจ้างจะฟ้องร้องค่าเสียหายได้ เพราะเป็นการบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงานโดยที่ลูกจ้างยังไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ด้วยค่าเสียหายนี้ตัวลูกจ้างก็สามารถร้องขอต่อศาลและนำสืบให้ศาลเห็นว่าตนเองเสียหายจากอะไรบ้าง? . แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ลูกจ้างจะไม่ได้ก็คือ ฆ่าตกใจหรือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เพราะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จะได้ก็ต่อเมื่อนายจ้างกับลูกจ้างมีการทำงานกันจริงแต่ในกรณีที่สอบถามเข้ามาลูกจ้างถูกเลิกสัญญาก่อนที่จะเริ่มทำงานให้บริษัทจึงไม่มีสิทธิจะได้รับค่าตกใจ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 17 วรรค 2 และวรรค 3 และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 582 ( ในกรณีเดียวกันนี้มีคำพิพากษาและศาลฎีกาคือ 7994/2560) “ ใจเขาใจเรานะคะสำรวจความต้องการในบริษัทก่อนคุยกันให้แน่ชัด การที่ลาออกงานมาโดยมีความหวังว่าจะได้งานที่ใหม่ ในขณะที่ภาระยังกองอยู่ข้างหลังมากมายการมาทำแบบนี้มันไม่ดีเลย ยังจะมีหน้ามาบอกด้วยนะว่าให้ไปถามที่เก่าว่าได้คนใหม่รึยัง อ่านไปก็อ่อนใจไป เฮ้อออ

ทำสัญญาจ้างแบ่งออกเป็นหลายช่วง เพื่อไม่ให้ทำงานติดต่อกัน ถือว่า นายจ้าง เจตนาไม่ซื่อจึงต้องนับระยะเวลา ทุกช่วงเข้าร่วมกัน

ทำสัญญาจ้างแบ่งออกเป็นหลายช่วง เพื่อไม่ให้ทำงานติดต่อกัน ถือว่า นายจ้าง เจตนาไม่ซื่อจึงต้องนับระยะเวลา ทุกช่วงเข้าร่วมกัน . กรณีนี้เป็นกรณีที่เจอบ่อยมากๆ กับการที่บริษัทจะแบ่งสัญญาจ้างออกเป็นช่วงๆมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนบางบริษัทต่อสัญญาทุกๆ 6 เดือนบางบริษัทต่อสัญญาทุกๆ 1 ปี จะมีวันว่างไว้สักอาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์ หลีกเลี่ยงไม่ให้สัญญาต่อเนื่องกัน เพื่อที่จะไม่นับระยะเวลาเข้ารวมไว้ด้วยกัน แถมไม่จ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้างในทุกครั้งที่สัญญาสิ้นสุดลงด้วย . และถามว่าทำอย่างนี้รอดไหม..ตอบได้เลยว่าไม่รอดค่ะ . เพราะสัญญาจ้างแรงงานที่มีการแบ่งทำสัญญาจ้างเป็นช่วงสั้นๆรายช่วงมีกำหนดระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดเป็นช่วงๆแต่ต่อเนื่องกันแม้จะเว้นว่างไว้สักอาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ให้ทำงานติดต่อกันนะก็ถือว่านายจ้างมีเจตนาไม่ให้ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยตามกฎหมายจึงต้องนับระยะเวลาทำงานทุกช่วงเข้าด้วยกันเพื่อประโยชน์ในการได้สิทธิ์ของลูกจ้างตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ 2541 ( อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2545)

สัญญาจ้างกำหนดว่า.. หากลูกจ้างตั้งครรภ์ถือว่าลูกจ้างประสงค์ลาออก ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ

สัญญาจ้างกำหนดว่า หากลูกจ้างตั้งครรภ์ถือว่าลูกจ้างประสงค์ลาออก ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะ . พยายามจะเข้าใจนายจ้างว่าการที่ลูกจ้างตั้งครรภ์นายจ้างก็จะต้องให้วันลาคลอด และให้ ค่าจ้างให้ระวังพ่อตามที่กฎหมายกำหนด แม้ว่าลูกจ้างจะมีอายุงานได้แค่ 1 เดือนก็ตาม แต่ การที่นายจ้างจะกำหนดว่าหากลูกจ้างตั้งครรภ์ให้ถือว่าลูกจ้างประสงค์ลาออกมันก็ไม่ใช่ และไม่ถูกต้อง . แม้ว่าการปฏิบัติงานของลูกจ้าง จะไม่สะดวกหากลูกจ้างตั้งครรภ์ แต่ การกำหนดในสัญญาจ้างและข้อบังคับว่าหาก ลูกจ้างตั้งครรภ์ให้ถือว่าลาออกนั้นเป็นวัตถุประสงค์เพื่อให้มีผลเป็นการเลิกจ้าง ขับต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานมาตรา 43 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนซึ่งเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 (ฎ.1394/2549) . การตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นความผิดแล้วไม่ได้เป็นความป่วยไข้ทางที่ดีนายจ้างควรจะคุยกับลูกจ้าง และเปลี่ยนตำแหน่งงานในช่วงระหว่างตั้งครรภ์เพื่อให้สามารถทำงานได้ และร่วมงานกันได้ทั้งสองฝ่ายต่อไป

ทำสัญญาจ้างหลายฉบับ ครบกำหนดตามสัญญาจ้าง มีสิทธิได้ค่าชดเชยหรือไม่ นับอายุงานอย่างไร?

ทำสัญญาจ้างหลายฉบับ ครบกำหนดตามสัญญาจ้าง มีสิทธิได้ค่าชดเชยหรือไม่ นับอายุงานอย่างไร?? . มีคำถามสอบถามเข้ามาว่า ทำสัญญาจ้างปีแบบต่อปีเมื่อครบกำหนดตามสัญญาจ้างแล้ว ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่?? ตอบ!! มีสิทธิได้รับค่าชดเชย เนื่องจากเมื่อครบกำหนดสิ้นสุดตามสัญญาจ้าง ย่อมถือเป็นการเลิกจ้างตาม ม.118 วรรค 2 ที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชย . แล้วหากมีการทำสัญญาจ้างหลายฉบับ ดังนี้ จะนับระยะเวลาการทำงานอย่างไร?? . ตอบ!! การนับระยะเวลาการทำงาน จะต้องนับทุกช่วงเวลาเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าชดเชยในกรณีที่ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง ตาม ม.19 ม.20 และ ม.118 . เทียบเคียง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 147/2563 ก่อนที่สัญญาจ้างจะครบกำหนดมีการเจรจา ต่อสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ลูกจ้างต้องการให้ต่อสัญญาจ้างอีก 1 ปี แต่นายจ้างต้องการ ต่อสัญญาอีก 6 เดือน จึงไม่สามารถตกลงกันได้ และไม่ได้มีการทำสัญญาจ้างกันต่อไป เมื่อสัญญาจ้าง มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของสัญญาไว้ กรณีจึงถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้าง มาตรา 118 วรรค 2 นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชย โดยนับระยะเวลาการทำงานต่อเนื่องของสัญญา...

ไม่ผ่านการทดลองงาน มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ ?

ไม่ผ่านการทดลองงาน มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่ ? . สวัสตอนเช้า เขียนยาวก็ไม่ค่อยอ่าน งั้นวันนี้ตอบสั้นๆแล้วกันนะ ไม่ผ่านการทดลองงานมีสิทธิได้รับค่าชดเชย หรือไม่นั้น ต้องตอบว่ามีทั้ง ได้ และไม่ได้ . เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงาน กำหนดว่า กรณีมีสิทธิได้รับค่าชดเชย จะต้องมีการทำงานต่อเนื่องครบ 120 วัน ดังนั้น ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในวันที่ 119 วัน เช่นนี้ ลูกจ้างก็ไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย . แต่ๆๆ กรณีที่นายจ้างบอกขยายระยะเวลาทดลองงานออกไปเรื่อยๆ เกิน 120 วัน และเลิกจ้าง โดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิด แบบนี้ลูกจ้างก็มีสิทธิได้ค่าชดเชย ส่วนได้เท่าไหร่นั้น เปิด เสริช ดู ม.118 พรบ คุ้มครองแรงงาน . ส่วนนายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือไม่นั้น คำตอบคือ “ต้องบอกล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง” หากสัญญาจ้างนั้นเป็นสัญญาแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา (สัญญาแบบไม่มีกำหนดระยะเวลา คือไม่ได้บอกว่าเริ่มต้น สิ้นสุดแน่นอนเมื่อใด) โดยสัญญาที่ไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน เนี่ยทำให้นายจ้างเกิดหน้าที่ต้องมีการบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา...

จับได้ว่าลูกจ้างขโมยของ…แต่เค้าทำงานเก่งมากๆ แบบนี้ควรทำยังไงดีคะ ?

จับได้ว่าลูกจ้างขโมยของ..แต่เค้าทำงานเก่งมากๆ แบบนี้ควรทำยังไงดีคะ ?? …………. เจอคำถามนี้ใน inbox โดยมีคำขยายความต่อนิดหน่อยว่าลูกจ้างเก่งอย่างไรและไอ้ที่ขโมยไปคืออะไร แต่อย่ามาสอบถามว่าถ้าไม่อยากเลิกจ้างทำอะไรได้บ้าง . ท่านอื่นๆ คิดว่ายังไงกันบ้างคะ?? . ถ้าให้ตอบในมุมกฏหมาย พฤติกรรมการขโมยของของนายจ้างแบบนี้มันเป็นพฤติกรรมที่สามารถเลิกจ้างได้หรือตามมาตรา 119 (1) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยส่วนสิทธิ์ในการดำเนินคดีอาญาข้อหาลักทรัพย์ก็ยังคงอยู่ แต่ถ้าให้ตอบในมุมความเห็น เราความดีสำคัญไม่น้อยกว่าความเก่ง เพราะคนเก่งสามารถสร้างได้ แต่คนดีนั้นมันต้องมาจากใจของเค้ายิ่งถ้าเป็นไม้แก่ดัดยากแล้วแล้วก็แถมไม่ต้องหวัง . แฟนเพจถามต่อว่ารายนี้ออกหนังสือเตือนได้หรือไม่ เพราะยังไม่อยากไล่ออก … คำตอบคือได้ แต่มันจะสร้าง บรรทัดฐานและทัศนคติต่อนายจ้างหลายหลายอย่างกับพนักงานคนอื่น เช่น ถ้าทำงานเก่งจะทำผิดแค่ไหนก็ได้ แล้วคนอื่นๆล่ะคะถ้าเจอสถานการณ์เดียวกันจะทำอย่างไรคะ ไล่ออก หรือปล่อยไว้?

เลิกจ้างช่วงทดลองงาน เพราะลูกจ้างขาดความเอาใจใส่งาน ไม่ใช่เลิกจ้างไม่เป็นธรรม !!

เลิกจ้างช่วงทดลองงาน เพราะลูกจ้างขาดความเอาใจใส่งาน ไม่ใช่เลิกจ้างไม่เป็นธรรม !! มีหลายคนถามมาว่า ถูกเลิกจ้างในช่วงทดลองงาน ไม่เกิน 119 วัน จะได้ค่าชดเชยไหม ฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้รึป่าว แกกกกกก เอาแบบตอบไวๆ เลย เพราะขี้เกียจเขียน Content แต่ KPI ตัวเองบังคับ เลยขอตอบสั้นๆแบบได้ใจความ ไม่พร่ำเพ้อแบบทุกที 1. ค่าชดเชยเกิดเมื่อทำงานครบ 120 วันและถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด (ดูมาตรา 118 พรบ.คุ้มครองแรงงานฯ) 2. หากนายจ้างพิสูจน์ได้ว่า ลูกจ้างอุทิศเวลาในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความเอาใจใส่งาน ไม่มีความสามารถตามที่ตกลงกัน ก็เลิกจ้างได้ เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ลองดูฎีกานี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ 593/2563 นายจ้างทำสัญญาจ้าง 1 ปี และมีเงื่อนไขทดลองงาน 90 วัน ในระยะทดลองงานลูกจ้างไม่ได้อุทิศเวลาในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ มิได้ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ขาดความเอาใจใส่งาน ทั้งไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน นายจ้างจึงเลิกจ้างเพราะเหตุไม่ผ่านทดลองงาน อันเป็นเรื่องปกติในการบริหารงานบุคคลที่นายจ้างย่อมมีสิทธิคัดสรรแรงงานที่มีคุณภาพที่สุด ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างจนกว่าจะครบสัญญาจ้าง และค่าเสียหายจากนายจ้าง แต่ๆๆๆกว่าจะออกมาเป็นฎีกานี้ นายทั้งทั้งหลายต้องพิจารณาด้วยว่า...

กฎบริษัท ขาดงานวันศุกร์ หัก 2 เท่า บังคับใช้ไม่ได้ ขัดกฎหมาย!!

กฎบริษัท ขาดงานวันศุกร์ หัก 2 เท่า บังคับใช้ไม่ได้ ขัดกฎหมาย!! ใครไม่ท้อ ฉันท้อ กับกฎนี้ “ กฎบริษัท ขาดงานวันศุกร์ หัก 2 เท่า !! ” อย่างที่บอกไปหลายรอบหลายหนว่า บริษัท อย่าไปคิดว่าเขียนอะไรออกมาแล้วบังคับใช้ได้หมด เพราะที่กฎเหล่านี้ยังคงอยู่ได้ ไม่ใช่เพราะว่ากฎบริษัทเหนือกฎหมาย แต่เพราะลูกจ้างหลายคนไม่อยากมีปัญหาเพราะไม่อยากหางานใหม่ แต่เธออย่าลืมกฎหมายมีอายุความ หรืออีกข้อคือ เมื่ออับจนหนทางทางที่เหลืออาจจะเป็นทางสู้ของเค้าก็ได้นะ กับกรณี…ออกกฎบริษัทว่า ขาดงานวันศุกร์ หัก 2 เท่า บังคับใช้ไม่ได้ ขัดกฎหมายมาตรา 76 ต่อให้ลูกจ้างเซนรับกำดังกล่าว ลูกจ้างก็ยังมีสิทธิฟ้อง ยกตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14541-14551/2557 นายจ้างมีกฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน กำหนดว่า ขาดงานหัก 2 เท่า ย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และนายจ้างได้หักค่าจ้าง 10 บาท เป็นเวลา 21 เดือน...