กรุณารอสักครู่

 

บทความแนะนำ

ลีกัล คลินิก แอนด์ เอดดูเคชั่น

การบริหารคนและองค์กรอย่าอิจฉาลูกน้องตัวเอง

24 August 2026

ฟังดูแปลกนะคะ เพราะโดยปกติเรามักพูดถึงหัวหน้าในฐานะคนที่อยากเห็นลูกทีมเติบโต อยากปั้นคน อยากสร้างทีมให้เก่งขึ้น แต่ในชีวิตการทำงานจริง ดิฉันคิดว่ามีอีกความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นได้ เพียงแต่ไม่ค่อยมีใครอยากพูดถึง นั่นคือวันที่หัวหน้าเริ่มรู้สึกว่าลูกน้องของตัวเองกำลังกลายเป็น “คู่แข่ง”

ลูกทีมบางคนเก่งขึ้นเร็ว พรีเซนต์ดีกว่าเราในบางเรื่อง ผู้บริหารเริ่มเรียกหา ลูกค้าชื่นชม คนในองค์กรรู้จักมากขึ้น หรือวันหนึ่งเขาอาจมีความสามารถบางอย่างที่เราไม่มี ตอนแรกเราก็ภูมิใจดีค่ะ แต่พอคำชมเริ่มมาหาเขามากขึ้นเรื่อย ๆ ความภูมิใจบางส่วนอาจค่อย ๆ มีความรู้สึกอีกอย่างแทรกเข้ามาโดยที่เราเองก็ไม่ทันสังเกต

จากที่เคยเปิดโอกาสให้ไปประชุมด้วย ก็เริ่มคิดว่าไม่จำเป็น จากที่เคยให้เขาพรีเซนต์เอง ก็ขอกลับมาพูดเองดีกว่า เวลามีคนชมลูกทีม แทนที่จะรับคำชมนั้นอย่างเต็มที่ เราอาจรีบเติมว่า “จริง ๆ งานนี้พี่ช่วยเขาเยอะเหมือนกัน” หรือเวลาที่เขาเสนอความคิดดี ๆ ขึ้นมา เรากลับรู้สึกอยากหาจุดบกพร่องมากกว่าจะช่วยต่อยอด

ไม่มีพฤติกรรมไหนประกาศตรง ๆ ว่า “ฉันอิจฉาลูกน้อง” หรอกค่ะ หลายครั้งมันมาในชื่อที่ดูสมเหตุสมผลกว่านั้น เช่น “เขายังไม่พร้อม” “ประสบการณ์ยังไม่ถึง” “ต้องให้พี่ดูอีกหน่อย” หรือ “เดี๋ยวจะเหลิง”

และแน่นอนว่า บางครั้งเหตุผลเหล่านี้ก็เป็นเรื่องจริง ลูกทีมที่เก่งไม่ได้หมายความว่าพร้อมสำหรับทุกโอกาส หัวหน้าก็ยังมีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง สอนงาน และบอกข้อบกพร่องอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งที่คนเป็นหัวหน้าอาจต้องซื่อสัตย์กับตัวเองให้มากคือ เรากำลังชะลอเขาเพราะเขายังไม่พร้อมจริง ๆ หรือเพราะเราเริ่มไม่พร้อมที่จะเห็นเขาเก่งกว่าเรา

ดิฉันคิดว่านี่เป็นหนึ่งในบททดสอบที่ยากของการเป็นหัวหน้า เพราะตอนที่ลูกทีมยังต้องพึ่งเรา การเป็นหัวหน้าไม่ยากเท่าไร เรารู้มากกว่า เขามาถามเรา เราเป็นคนให้คำตอบ และเรารู้สึกถึงคุณค่าของตัวเองได้ตลอดเวลา

แต่วันที่ลูกทีมเริ่มเก่งขึ้นจนบางเรื่องไม่ต้องถามเราแล้ว วันที่เขามีคำตอบที่ดีกว่าเรา หรือวันที่คนอื่นเริ่มมองเห็นเขาโดยไม่ต้องผ่านชื่อของเรา วันนั้นต่างหากที่เราจะได้รู้ว่า เราอยาก “พัฒนาคน” จริง ๆ หรือเราเพียงอยากพัฒนาคนตราบเท่าที่เขายังไม่เก่งเกินเรา

หัวหน้าที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่งที่สุดในทีมตลอดไปค่ะ ถ้าเราสร้างทีมจนมีคนคิดเก่งกว่าเรา พูดเก่งกว่าเรา หรือทำบางเรื่องได้ดีกว่าเรา นั่นไม่จำเป็นต้องแปลว่าคุณค่าของเรากำลังลดลง ตรงกันข้าม มันอาจเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งด้วยซ้ำว่า เราทำหน้าที่หัวหน้าได้สำเร็จแล้ว

เพราะหน้าที่ของหัวหน้าไม่ใช่ยืนอยู่บนยอดเขาแล้วคอยดูว่าใครกำลังปีนขึ้นมาใกล้เราเกินไป แต่คือทำให้คนที่เดินตามเรามา วันหนึ่งสามารถเดินไปได้ไกลกว่าที่เราเคยไป

ถ้าวันหนึ่งลูกทีมเก่งจนคนอื่นเริ่มมองเห็นเขามากกว่าเรา ก็ยินดีกับเขาเถอะค่ะ

เพราะความสำเร็จของหัวหน้า ไม่ใช่การทำให้ลูกทีมเก่งแค่พอที่จะช่วยเรา

แต่คือวันที่เขาเก่งพอที่จะไม่ต้องอยู่ใต้เงาของเราอีกต่อไป

แล้วเรายังภูมิใจกับเขาได้เหมือนเดิม

ยิ่งพร อินทร์ศรีชื่น

ทนายความ | วิทยากรด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และภาวะผู้นำ